นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ค่าจ้างขั้นต่ำ ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาให้ปรับขึ้น 69 จังหวัด และคงเดิม 8 จังหวัด โดยปรับขึ้นจาก 300 บาทต่อวัน ใน 3 กลุ่ม คือ ปรับขึ้น 5 บาทต่อวัน จำนวน 49 จังหวัด ปรับขึ้น 8 บาทต่อวัน จำนวน 13 จังหวัด และปรับขึ้น 10 บาทต่อวัน จำนวน 7 จังหวัด คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เร็วๆนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 นับเป็นอัตราค่าจ้างที่สอดรับกับข้อเสนอของเอกชนที่เรียกร้องมาโดยตลอด เพื่อให้สะท้อนเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดและภูมิภาค จะส่งผลดีต่อการกระจายการลงทุนไปต่างจังหวัดมากขึ้น
” การกลับไปใช้กลไกค่าจ้างแบบเดิมที่ผ่านการกลั่นกรองโดยไตรภาคี คือ สะท้อนเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดเป็นสิ่งที่รัฐเดินมาถูกทาง เพราะที่ผ่านมาการใช้ 300 บาทต่อวันเท่ากันทั่วประเทศ ทำให้การลงทุนในต่างจังหวัดช่วงนั้นต้องปิดตัวลงและย้ายกลับไปยังส่วนกลาง เพราะต้นทุนสูงกว่าโรงงานที่อยู่ในเมืองที่ใกล้ทั้งขนส่งและวัตถุดิบ ซึ่งค่าจ้างที่ขึ้นมา 5-10 บาทต่อวัน ถือว่าน้อย จึงไม่สามารถอ้างขึ้นราคาสินค้าได้ ” นายวัลลภ กล่าว
นายวัลลภ กล่าวว่า ค่าแรงเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งต่อการตัดสินใจลงทุนสิ่งที่เอกชนมองเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ คือแรงซื้อหรือตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีขึ้นจากปีนี้ค่อนข้างชัดเจนโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเริ่มเป็นรูปธรรมมากชึ้น และการลงทุนของเอกชนจะทยอยตามมาและสัญญาณที่เริ่มมีให้เห็นคือการนำเข้าสินค้าทุนของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนของไทยจะกลับมาในปี 2560 แน่นอนโดยเฉพาะจากเอกชน

