หน้าแรก เศรษฐกิจ แนวโน้มค่าไฟป...

แนวโน้มค่าไฟปี60ทรงตัว กฟผ.เร่งลงทุนไตรมาสแรกกว่า 8 พันล. สนองนโยบายรัฐช่วยกระตุ้นศก.

20.11.16 | 17:15 น.

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าปี 2560 จะใกล้เคียงกับปี 2559  เพราะต้นทุนค่าเชื้อเพลิงโดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ ยังทรงตัวตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ แม้ว่ามีปัจจัยเสี่ยงจากการเปลี่ยนประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา อาจมีผลต่อนโยบายเศรษฐกิจและความต้องการบริโภคน้ำมันของสหรัฐฯ แต่สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ เป็นสัญญาล่วงหน้า จึงยังไม่น่าจะมีผลกระทบกับไทย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะพิจารณาค่าไฟฟ้าอัตโนมัติผันแปร (เอฟที) งวดเดือนมกราคม – เมษายนปี 2560 ภายในเดือนธันวาคมนี้


” ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปี 2560 คาดว่าจะเติบโตใกล้กับอัตราจีดีพี ที่ระดับ 3-4% หรือโตสูงกว่าเล็กน้อย เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศ ยังชะลอตัวตามทิศทางเศรษฐกิจโลก คาดปีหน้าประมาณการอัตราการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) อยู่ที่ 31,385 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากพีคปี 2559 อยู่ที่ 30,218 เมกะวัตต์ ” นายกรศิษฏ์ กล่าว

นายกรศิษฏ์ กล่าวว่า แผนการลงทุนปี 2560 กฟผ.ได้รับอนุมัติงบลงทุนจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) วงเงิน 57,587 ล้านบาท ลดลงจากเดิม ตั้งเป้าลงทุน 8.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจ.กระบี่ และอ.เทพา จ.สงขลา ยังมีความล่าช้ากว่าแผน รวมถึงแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนเดิม คือ บางปะกง ยังไม่ได้รับอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ทำให้การลงทุนในส่วนนี้ จะยังไม่เกิดขึ้น

สำหรับเงินลงทุน 57,587 ล้านบาท เป็นโครงการระบบส่งและโรงไฟฟ้ารายการใหญ่ 31,879 ล้านบาท และแผนระยะยาวกับครุภัณฑ์รวม 25,707 ล้านบาท  นอกจากนี้มีแผนปรับปรุงงบประมาณในส่วนของโรงไฟฟ้าเพิ่ม 5,758 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจ่ายเพิ่มของโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่อง4-7 วงเงิน 3,500 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ระยะที่ 1 จำนวน 2,258 ล้านบาท จากงบประมาณดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ทั้งโครงการรวม 30,600 ล้านบาท ดังนั้น มั่นใจว่าไตรมาส1/2560 จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเร่งรัดลงทุนในโครงการระบบส่ง ที่มีสัดส่วน 50% ของงบลงทุนรวม ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

Advertisement