เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการบริษัท นครชัย 21 จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มนครชัยขนส่งโคราชได้ทุ่มทุน 125 ล้านบาท กำเนิดบริษัทลูกในนามบริษัท นครชัย 21 จำกัด ขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนในเส้นทาง “กรุงเทพฯ-นครราชสีมา” โดย 3 ผู้บริหาร ประกอบด้วย นายสุวิช วงศ์เบญจรัตน์ ประธานกรรมการบริษัท นครชัย 21 จำกัด, นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท และนางสาวกุลธิรา วงศ์เบญจรัตน์ รองกรรมการบริษัท สำหรับการทำธุรกิจรถโดยสารปรับอากาศในปัจจุบันยังไงก็ยังอยู่ได้ แต่การที่จะทำให้ธุรกิจนี้อยู่ได้จะต้องยกระดับตัวเองให้ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ของแต่ละเส้นทาง ซึ่งการที่บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด มาทำ “นครชัยทเวนตี้วัน” ก็เช่นเดียวกัน เรารู้ว่ามีผู้ให้บริการมากในเส้นทางโคราช-กรุงเทพฯ อยู่ 5 ราย รวมนครชัย 21 ด้วย มีจำนวนรถโดยสารปรับอากาศ ป.1 มาก สายนี้มีถึง 240 คัน ยังไม่รวมรถ ป.2 และรถตู้อีก แต่เราเชื่อว่าปริมาณของคนเดินทางโคราช-กรุงเทพฯมีจำนวนมากพอสมควร และด้วยจำนวนรถทัวร์เราไม่ได้มีจำนวนมาก ในเบื้องต้นเรามีอยู่ 26 คัน และยกระดับตัวเองให้เป็นทางเลือกใหม่ เราก็คงจะให้บริการอยู่ได้และประสบความสำเร็จตามแนวทางที่เรากำหนดไว้
“การตัดสินใจเปิดบริษัทใหม่ ‘นครชัยทเวนตี้วัน’ เพราะเราน่าจะทำได้ตามสิ่งที่เราคิด เป็นทางเลือกใหม่ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้โดยสารมากขึ้น เราเป็นบริษัทที่ 5 ที่จะให้ลูกค้าเลือกได้ ในขั้นต้นนครชัยใช้เงินลงทุนประมาณ 125 ล้านบาท ใช้รถและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ราคาแพง มีต้นทุนสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่น และเป้าจำนวนผู้มาใช้บริการต้องมีมากพอที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่เกิน 5-6 ปี แต่ถ้ากระแสการตอบรับดีมากตามที่เราต้องการจะให้บริการใหม่ก็ไม่ต้องรอถึง 6 ปี อาจจะแค่ 4 ปีเท่านั้น” นายชัยวัฒน์กล่าว
นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วตนเชื่อว่าการทำธุรกิจหากเป็นโปรดักซ์หรือสินค้าใครก็ทำตามกันได้ แต่ในเมื่อเราเปิดโปรเจ็กต์การให้บริการแบบใหม่ เช่น เป็นแห่งแรกที่รถทัวร์มี FREE WIFI เบาะระบบนวดไฟฟ้า มีช่อง USB มีโซนผู้หญิง 4 ที่นั่งต่อคัน แยกที่นั่ง LADY ZONE จะอยู่แถวที่ 3 จากหลังคนขับ จะไม่ขายให้ผู้ชายเด็ดขาด ต้องผู้หญิงเท่านั้น สามารถจองตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องมารอ รถออกตรงเวลา ไม่มีแวะข้างทาง พร้อมบริการรูปแบบใหม่ไม่เหมือนใครในโคราช หากคู่แข่งจะสู้เรื่องรถใหม่ก็สู้ได้ แต่เชื่อว่าการให้บริการ คุณภาพของบุคลากรที่แตกต่างจริงต่างหากที่ตนเชื่อว่าจะบริหารจัดการเรื่องนี้ให้เป็นอันดับ 1 ได้ และจะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและประทับใจในที่สุด เมื่อลูกค้าประทับใจเมื่อไร ความภักดีต่อบริการที่เรามอบให้ก็จะเกิดตามมา

“ตอนนี้หลังจากเปิดให้บริการวันที่ 19 ธันวาคม 2559 บริษัทฯตั้งเป้าไว้ 25 คนต่อคัน แต่เวลาการออกรถจะตั้งเวลาออกแบบตายตัวเลยคือเวลาไหนก็เวลานั้น ไม่มีเลต ออกตรงเวลาทุกเที่ยว เรามองภาพว่าจะเป็นการตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ด้วย เพราะไม่ต้องจองตั๋วหน้าช่องจอง ให้จองผ่านออนไลน์อินเตอร์เน็ตได้เลย ค่าบริการในอัตราเดียวกับรถปรับอากาศ ป.1 เพียง 191 บาท ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งรอที่ บขส.อีกต่อไป แค่เปลี่ยนพฤติกรรมของการเดินทางใหม่ และเราเฉลี่ยรถออกในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารไม่เยอะ ตั้งไว้ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมงต่อคัน ส่วนช่วงกลางวันจะเป็นครึ่งชั่วโมงต่อคัน” นายชัยวัฒน์กล่าว และว่า การบริหารเส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช จะแตกต่างจากสายยาวตรงที่ค่าโดยสารสายจะสูงกว่าตามเส้นทาง อย่างสายโคราช-กรุงเทพฯ มีคู่แข่งหลายรายการ แชร์ผู้โดยสารค่อนข้างมาก แต่ผู้ประกอบการระดับเดียวกันหมด ลูกค้าจะเลือกใช้บริการตามความสะดวกเป็นหลัก ไม่ได้เจาะจงว่าจะเลือกนั่งของใคร เพราะฉะนั้นสิ่งที่นครชัย 21 จะทำคือการภักดีต่อแบรนด์ จะโดยสารไปกรุงเทพฯจะเลือกใช้บริการนครชัย 21เท่านั้น นี่เป็นเป้าหมายของเรา นี่จึงเป็นคอนเซ็ปต์ที่นครชัย 21 ออกแบบภายในรถให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างจากรายอื่น เหมือนเป็นจุดขายของเรา

สำหรับ “นครชัย 21” ได้อำนวยความสะดวกจองตั๋วเดินทางล่วงหน้าได้ถึง 30 วัน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยบัตรสมาชิก NCT CARD ที่ให้สิทธิพิเศษในการจองตั๋วรถโดยสาร โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ใช้สะสมคะแนนแลกรับของรางวัล หรือบัตรส่วนลดในการเดินทาง นครชัย 21 โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการในวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคมนี้ ขาออกจากนครราชสีมาสามารถออกที่สถานีขนส่งผู้โดยสารที่ 2 (บขส.ใหม่) ให้บริการตั้งแต่เวลา 04.30-19.30 น. โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วหน้าชานชาลาที่ 2, 15 และ 16 ส่วนขากลับจากกรุงเทพฯ รถออกที่หมอชิต 2 (ถนนกำแพงเพชร) ช่องจำหน่ายตั๋วที่ 65 และขึ้นรถที่ชานชาลา 68 ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30-21.15 น. สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการให้บริการผ่านทาง www.facebook.com/Nakhonchai21/ หรือศูนย์บริการลูกค้าหมายเลข 0-4425-7997
ทั้งนี้ ปัจจุบันรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 สายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ มีอยู่ 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทราชสีมาทัวร์ ของ “เจ๊เกียว” นางสุจินดา เชิดชัย และคณะ, บริษัทแอร์โคราชพัฒนา ของนายทองปลิว คูสกุล และคณะ, บริษัทสุรนารีแอร์ นำโดยนายประสิทธิ์ โชติณภาลัย และคณะ และบริษัทบ้านช้างเผือกทัวร์ นำโดยธงชัย ทองแสงสุข เจ้าของโรงงานไอศกรีมช้างเผือก นอกจากนี้ยังมีรถตู้โดยสารสายโคราช-กรุงเทพฯอีกประมาณ 50 คัน นำโดยเสี่ยเก๋ บริษัทกระทิงทอง และเสี่ยเอ็กซ์ กลุ่มเสรี และยังมีรถร่วมโดยสารปรับอากาศชั้น 2 (ป.2) ที่หลายกลุ่มนำมาวิ่งร่วมกันรับส่งผู้โดยสารอีกจำนวน 57 คัน โดยมีบริษัทราชสีมาทัวร์ที่มี “เจ๊เกียว” นางสุจินดา เชิดชัย เป็นแกนนำ

