ขบ.ลดภาษีแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ 90% หวังช่วยลดผลกระทบ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึง พระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2565 ว่าพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ออกมาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบอาชีพขับรถสาธารณะ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สำหรับสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์รับจ้าง(แท็กซี่) รถยนต์สามล้อรับจ้าง รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่ครบกำหนดเสียภาษีประจำปี ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2565-30 กันยายน 2566 ให้ปรับลดภาษีลง 90% จากอัตราที่กำหนดท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เช่น รถยนต์รับจ้าง(แท็กซี่) น้ำหนักรถ 1,300 กก. เดิมจัดเก็บภาษี 685 บาท ลดเหลือ 68.50 บาทต่อคัน หรือน้ำหนักรถ 2,100 กก. เดิมจัดเก็บภาษี 1,250 บาทต่อคัน ลดเหลือ 125 บาทต่อคัน รถยนต์สามล้อรับจ้างเดิมจัดเก็บภาษี 185 บาทต่อคัน ลดเหลือ 18.5 บาทต่อคัน รถจักรยานยนต์รับจ้าง เดิมจัดเก็บภาษี 100 บาทต่อคัน ลดเหลือ10 บาทต่อคัน เป็นต้น

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ขบ. ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โรคระบาดและปัญหาเศรษฐกิจที่มีต่อรายได้ในการดำรงชีพของผู้ประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ และได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะก่อนหน้านี้ เช่น มอบเงินช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี ที่ไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกอบอาชีพ ขับรถอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (29 จังหวัด) เป็นต้น

