“เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง” แนะลงทุนทางเลือก ชู 6 กองทุนเด่น รับเศรษฐกิจโลกถดถอย
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน นายตรีพล ภูมิวสนะ Senior Managing Director, Private Banking Business Head, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดทุนตลอดทั้งปี 2565 มีความผันผวนต่อเนื่อง โดยผลตอบแทนในเกือบทุกสินทรัพย์หลักลดลงแรง และดัชนี MSCI World ปรับลดลงไปแล้วถึง 20% ยิ่งไปกว่านั้น ปีนี้ยังเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 30 ปีที่ผลตอบแทนในหุ้นและตราสารหนี้ปรับลดลงพร้อมกัน และเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองสินทรัพย์ปรับลดลงมากถึง 20% การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ KBank Private Banking แนะนำแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุน
ปัจจุบันสินทรัพย์ทางเลือกได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากนักลงทุน ผลการสำรวจล่าสุดโดยลอมบาร์ด โอเดียร์ ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา ความผันผวนของตลาดทุนซึ่งอาจนำไปสู่ผลตอบแทนที่เป็นลบเป็นความกังวลลำดับแรกของลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงในประเทศไทย โดยกว่า 50% ได้ปรับพอร์ตการลงทุนของตน โดยใช้บริการหรือรับคำแนะนำจากที่ปรึกษาด้านการลงทุน และเกือบ 30% มีแผนที่จะลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้

นายตรีพล กล่าวว่า สำหรับการลงทุน สินทรัพย์ทางเลือกที่แนะนำประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 6 ประเภท ดังนี้ กองทุนทางเลือกที่กลยุทธ์ลงทุนยืดหยุ่น โดยลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย และมุ่งสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในทุกสภาพตลาด เช่น กองทุน ASP-LEGACY-UI ซึ่งมีจุดเด่นคือกลยุทธ์ในการจับสัญญาณการซื้อขายรายวินาทีด้วยอัลกอริทึม ทำให้มีผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยงที่โดดเด่น
กองทุนหุ้นนอกตลาดทั่วโลก เป็นผลิตภัณฑ์สินทรัพย์ทางเลือกที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีความผันผวนด้านราคาต่ำ สำหรับกองทุน K-GPE19A-UI และ K-GTPE20A-UI ที่แนะนำแก่ลูกค้า สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนได้สูงถึง 47.83% และ 25.67% ตามลำดับ และล่าสุดกองทุน K-GPE22B-UI ซึ่งมีจุดเด่นคือการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมกว่า 50 ธุรกิจ โดยหลังจากการเสนอขายครั้งแรกในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกองทุนหุ้นนอกตลาดทั่วโลกกองทุนแรกในประเทศไทยที่สามารถระดมเงินทุนได้หลักพันล้านบาท
กองทุนอสังหาริมทรัพย์นอกตลาดทั่วโลก เป็นประเภทสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงจากโอกาสในการรับผลตอบแทนในรูปแบบค่าเช่าที่สม่ำเสมอ ได้นำเสนอกองทุน UGREF-UI ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรงกว่า 9,000 โครงการ และรายได้จากผู้เช่าที่มีคุณภาพกว่า 30,000 ราย และมีการกระจายการลงทุนทั้งกลุ่มโรงงาน รีเทล และที่อยู่อาศัย โดยกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปีที่ 8.33%
กองทุนระดมเงินลงทุนเพื่อให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ โดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน (Private Credit Fund) เป็นการให้สินเชื่อโดยตรงแก่ภาคธุรกิจ เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยจุดเด่นในการให้สินเชื่อโดยตรงลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating rate) ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะให้ผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ทั่วไป สำหรับ KBank Private Banking ได้ร่วมกับ Lombard Odier ในการแนะนำกองทุนประเภทนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเตรียมเสนอขายครั้งแรกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้
หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงแบบ Knock-In Knock-Out (KIKO) เป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และสามารถให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยรายเดือนที่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถเลือกอ้างอิงผลตอบแทนได้ทั้งตะกร้าหุ้นไทย หรือหุ้นต่างประเทศ ที่ผ่านมา กองทุนที่ KBank Private Banking แนะนำสามารถให้ผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยสูงถึง 11-13% ต่อปี
“ในสภาวะที่เงินเฟ้อได้กลายเป็นปัญหาระยะยาว และเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2566 การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกจะมีความสำคัญยิ่งขึ้นในการเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีตัวเลือกที่หลากหลาย เหมาะกับเป้าหมายของนักลงทุนที่แตกต่างกันไป ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ทางเลือกการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ และสอดคล้องไปกับธีมการลงทุนแห่งอนาคต เพื่อเป็นทางรอดให้กับนักลงทุนต่อไป” นายตรีพล กล่าว

