TBC ทุ่ม 2.9 พันล. ผุด รง.ใหม่ใช้วัตถุดิบจากรีไซเคิลผลิตขวดอะลูมิเนียมชนิดบางรายแรกในไทย
นายสาโรช ชยาวิวัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด (TBC) ผู้ผลิตกระป๋องและฝาอะลูมิเนียมชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สแตนดาร์ด แคน จำกัด และบริษัท บอลล์ คอปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนธุรกิจของ TBC ในวาระครบรอบ 25 ปี และก้าวสู่ปีที่ 26 บริษัทพร้อมเดินหน้าในการขยายธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไทยอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาวที่จะยกระดับการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า TBC Sustainability Goals 2030 หรือ TBC SG 2030 ที่สอดรับกับนโยบาย BCG โมเดล (Bio, Cicular, Green Economy) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของประเทศ
ทั้งนี้ การก้าวสู่เป้าหมายบริษัทได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สามารถลดปริมาณวัสดุอะลูมิเนียมให้บางลง แต่ยังคงความแข็งแรง ที่เรียกว่า DWI (Drawing and Wall Ironing Bottles Cans) กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับทิศทางของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะในโรงงานแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในพื้นที่ 54 ไร่ อ.หนองแค จ.สระบุรี มูลค่า 2,900 ล้านบาท เพื่อผลิตขวดอะลูมิเนียมโฉมใหม่เพื่อป้อนตลาดในภูมิภาค คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนสิงหาคม 2566 ด้วยกำลังการผลิต 200 ล้านขวดต่อปี นับเป็นโรงงานผลิตขวดเครื่องดื่มอะลูมิเนียมแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“สินค้าบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มของเรามุ่งเน้นใช้อะลูมิเนียมเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ 100% หรือที่เรียกว่า Closed-Loop recycling หรือการรีไซเคิลแบบวงจรปิด ที่ประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างครบวงจร ซึ่งสอดรับกับ TBC SG 2030 ที่วางกลยุทธ์ไว้ 2 ด้าน คือ ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Product Stewardship) และการสร้างพลังเพื่อขับเคลื่อนสังคม (Social Impact) โดยมีเป้าหมายที่จะใช้อะลูมิเนียมที่นำกลับมาใช้ใหม่ที่ในปัจจุบันมีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลคิดเป็น 70% และคาดว่าในปี ค.ศ.2030 จะเพิ่มเป็นที่ 85% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด” นายสาโรชกล่าว
นายสาโรชกล่าวว่า ตลอดการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาบริษัทมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจนสามารถเป็นผู้ผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมรายใหญ่ของประเทศ และสามารถส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบและผู้นำด้านความยั่งยืนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์และมีส่วนสำคัญในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สู่การผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบด้วยการรีไซเคิล (Closed-Loop recycling) ที่มีความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะเพื่อการบริโภค ภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กระบวนการรีไซเคิลและการส่งกลับบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียมที่ใช้แล้วเป็นไปอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทยในการศึกษาและวิจัยเรื่องวงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ในแต่ละชนิดมานานกว่า 2 ปี ซึ่งผลจากการวิจัยพบว่า มีการเรียกเก็บกระป๋องอะลูมิเนียมที่ใช้แล้วอยู่ที่ 88% ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขที่สูง แต่ยังมีโอกาสในการเรียกคืนบรรจุภัณฑ์ได้อีก เพราะสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะประเภทกระป๋องอะลูมิเนียมที่มองว่าเป็นขยะที่มองว่าเป็นขยะที่มีมูลค่าสูงและสามารถนำมาสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างต่อเนื่อง
“เรามีความมุ่งหวังในการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR: หรือ Extended Producer Responsibility) เพื่อจัดการกระป๋องอะลูมิเนียมใช้แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร โดยร่วมมือกับภาครัฐ ภาคสังคม และเอกชนในการผลักดันให้เกิดการเก็บกลับกระป๋องอะลูมิเนียมใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นกระป๋องใบใหม่ให้ได้ 100% เพื่อไม่ให้เกิดเป็นขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อม” นายสาโรชกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้เดินหน้าจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ดี โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนขยะเป็นบุญเพื่อมูลนิธิขาเทียมฯ โดยได้เปิดรับบริจาคกระป๋องอะลูมิเนียมที่ใช้แล้ว ผ่าน “โครงการเปลี่ยนขยะเป็นบุญ เมื่อคุณหมุนเวียน เพื่อมูลนิธีขาเทียมฯ” เพื่อรับบริจาคกระป๋องและห่วงไปแปลงเป็นเงิน เพื่อนำไปซื้ออะลูมิเนียมเกรดที่เหมาะสมต่อการผลิตขาเทียม ให้กับมูลนิธิขาเทียมใน
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วจึงส่งมอบให้กับผู้พิการต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถนำห่วงและกระป๋องอะลูมิเนียมใช้แล้วแบบทั้งใบโดยไม่จำเป็นต้องแยกห่วง ร่วมบริจาคได้ที่ห้างบิ๊กซี กว่า 190 สาขา รวมถึงห้างร้านต่างๆ ที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

