วันที่ 14 พฤศจิกายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบใบรับรองการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรและมอบใบรับรองการจัดการหนี้ให้กับเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกร และตรวจเยี่ยมโครงการ “พาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ทั่วไทย” Lot 21 ที่วัดประชุมศึกษา (วัดทุ่งมะพร้าว) อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า มาจังหวัดพังงาครั้งนี้ เพื่อมาทำกิจกรรม 3 เรื่อง คือ 1.ติดตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มัน ยาง ปาล์ม 2.เปิดโครงการ “พาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ทั่วไทย” Lot 21 นำของราคาถูกมาช่วยลดภาระค่าครองชีพ และ 3.เป็นประธานการมอบเช็คชำระหนี้ และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูช่วยเหลือเกษตรกร ให้แก่เกษตรกรจังหวัดพังงา
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ตนทำหน้าที่หลายอย่าง นอกจากการเป็นผู้แทนราษฎรของชาวพังงาแล้ว ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์มากที่สุด นำเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องไปแล้ว 3 ปีกว่า ราคาพืชผลการเกษตรดีเกือบทุกตัว ยางพารา ราคาดีขึ้นจากสมัยก่อน แต่ที่ราคาลงช่วงนี้ เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี ยางรถยนต์ขายได้ลดลง โดยช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าราคายางก็มีโอกาสขยับดีขึ้น แต่ถ้าวันไหนราคายางตก ยังมีประกันรายได้ สำหรับปาล์มน้ำมัน ช่วงก่อนที่ตนมาดูแล ราคาตก เพราะมีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ตนจึงออกมาตรการห้ามนำเข้าปาล์มทางบก และพาเอกชนเดินทางไปประเทศอินเดียเพื่อขายปาล์ม 2 ล็อต ทำให้สามารถเปิดตลาดต่างประเทศได้ถึง 5-600% รวมทั้งปรับการใช้น้ำมัน B5 เป็น B7 B10 ทำให้ราคาปาล์มทรงตัว ในช่วงที่ประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย พยายามดึงราคาให้ต่ำลงในขณะนี้

“ผมรู้จักหัวใจชาวสวนปาล์มดี พี่น้องไม่ต้องกังวล ถ้าวันไหนยางตก ปาล์มตก มีประกันรายได้ ที่เป็นนโยบายประชาธิปัตย์ ที่ตั้งใจช่วยชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์ม วันที่ราคายาง ราคาปาล์ม ตกรูดมโหฬาร เราจะได้ มีประกันรายได้เพื่อเป็นหลักประกัน ”นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนความสำคัญของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรฯ เป็นกองทุนช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับเกษตรกรที่ชำระหนี้ไม่ไหวกับสถาบันการเงิน ให้มาเป็นหนี้กับกองทุนฯ ด้วยดอกเบี้ย 0% ซึ่งจะทำให้ที่ดินเกษตรกรไม่ถูกยึด ไม่ต้องการให้ที่ดินทำกินของเกษตรกรต้องตกไปอยู่ในมือของนายทุน
นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ได้แนะนำ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เลขานุการประธานรัฐสภา โดยระบุว่า ตนกับราเมศ เหมือนกันตรง ที่เคยเป็นเลขานายชวน หลีกภัย สมัยที่ตนเป็นผู้แทนสมัยแรก ปี 29 และสมัยที่ 2 ปี 31 นายชวน เลือกนายจุรินทร์ ส.ส.ของพี่น้องชาวพังงา ไปเป็นเลขารัฐมนตรี ทำให้ได้มีโอกาสเป็นเลขารัฐมนตรีครบทั้ง 3 กระทรวง เพราะฉะนั้น ราเมศ วันนี้เป็นเลขาประธานรัฐสภา ถือว่าเหมือนกับที่ตนเคยทำมาตอนเริ่มต้นชีวิตทางการเมืองใหม่ ๆ สิ่งหนึ่งที่ช่วยการันตี คือ ท่านชวนมีสายตายาวไกล การเลือกคนไปเป็นเลขาแต่ละคน จะเลือกคนดี มีความรู้ความสามารถมีศักยภาพที่จะไปช่วยงานได้ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เคยเป็นเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นการที่นายชวน เลือกราเมศ ก็เป็นหลักประกันอันหนึ่งว่า ราเมศ เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมีศักยภาพ

