‘แบงก์ชาติ’ ลงนามร่วมธนาคารกลาง 4 ประเทศ หนุนเชื่อมระบบการชำระเงินในภูมิภาค

14.11.22 | 13:44 น.
แฟ้มภาพ

‘แบงก์ชาติ’ ลงนามร่วมธนาคารกลาง 4 ประเทศ หนุนเชื่อมระบบการชำระเงินในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวร่วม เรื่อง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินในภูมิภาคจากความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินของประเทศในภูมิภาคอาเซียนตามโครงการ ASEAN Payment Connectivity 1 ที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2562

ในวันนี้ (14 พฤศจิกายน) ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน เพื่อเพิ่มศักยภาพบริการชำระเงินระหว่างประเทศให้รองรับการพัฒนาการเชื่อมต่อที่หลากหลาย และนวัตกรรมการให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศที่ครอบคลุมการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

โดยธนาคารกลางทั้ง 5 แห่ง ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินในภูมิภาค ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G20 โดยมี นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ร่วมกล่าวเปิดงาน เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่ทั่วโลกเผชิญร่วมกัน

พร้อมกันนี้ได้ชื่นชมธนาคารกลางทั้ง 5 แห่งที่แสดงความมุ่งมั่นในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเร่งการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินในภูมิภาค การเชื่อมโยงระบบการชำระเงินจะเป็นส่วนสำคัญในการเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค และส่งเสริมให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงมากขึ้น โดยจะช่วยสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนพัฒนาให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย

Advertisement

นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนการโอนเงินระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ระบบนิเวศทางการเงินในภูมิภาคครอบคลุมสู่ผู้ใช้บริการได้มากขึ้น และจะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการมีส่วนร่วมในตลาดระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น การเชื่อมระบบ QR Code และการเชื่อมระบบการชำระเงินแบบทันที (fast payment)

รวมถึงกลุ่มประเทศ G20 ได้จัดทำ “Roadmap for Enhancing Cross Border Payments” เพื่อผลักดันสมาชิกให้เร่งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับวาระสำคัญว่าด้วยการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลของอินโดนีเซียในฐานะประธานกลุ่มประเทศ G20 ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัลร่วมกับธนาคารกลางทั้ง 5 แห่งในครั้งนี้อีกด้วย โดยในระยะต่อไปสามารถขยายความร่วมมือไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งในและนอกภูมิภาค

ทั้งนี้ ความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของอินโดนีเซียในปี 2566 ต่อไป ความร่วมมือในครั้งนี้สนับสนุนวิสัยทัศน์ร่วมของอาเซียนที่ต้องการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินในภูมิภาค เพื่อให้ธุรกรรมการชำระเงินทำได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และมีต้นทุนที่ถูกลง นอกจากนี้ ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับประเทศอื่นในอาเซียนที่ต้องการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินในระยะต่อไป และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ตามแนวทางของอาเซียนที่มุ่งเน้นการสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน โดยคำนึงถึงระดับความพร้อมของแต่ละประเทศ

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน ซึ่งเข้าร่วมงานแทนผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ปัจจุบันอาเซียนเป็นภูมิภาคที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนานาประเทศในด้านการเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน โดย MOU นี้เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ประเทศสมาชิกได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา และเป็นอีกก้าวสำคัญในการร่วมกันก้าวข้ามอุปสรรคด้านการชำระเงินระหว่างประเทศที่มีมายาวนาน

MOU ดังกล่าวสอดคล้องกับการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินในปัจจุบันของอาเซียนซึ่งเป็นการเชื่อมแบบทวิภาคี และจะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเชื่อมแบบพหุภาคี เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนทางดิจิทัล และการรวมกลุ่มทางการเงินในภูมิภาคต่อไป