นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงมาตรการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพตลาดนักท่องเที่ยวจีนว่า เอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับทัวร์จีนต้องเร่งปรับตัวและปรับความคิดให้ตรงกับรัฐบาล แม้การปรับราคาขายแพ็กเกจทัวร์ซึ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,000-2,000 หยวนต่อแพ็กเกจ แต่นักท่องเที่ยวจะได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และเชื่อว่าในระยะยาวมาตรการนี้จะทำให้ภาพลักษณ์ตลาดท่องเที่ยวไทยดีขึ้น
ขณะที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดผยว่าแม้ว่ากระบวนการจัดระเบียบโครงสร้างทัวร์ศูนย์เหรียญจะส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนบ้างในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังมั่นใจว่าปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนจะมาเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 9.2 ล้านคน และยังเติบโตเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งปิดตัวเลขไป 7.98 ล้านคน
โดยภายในสัปดาห์นี้ จะมีการเรียกผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับทัวร์จีนทั้งหมด มาพูดคุยหารือกัน เพื่อนำมาวางแนวทางแก้ไขร่วมกัน
ส่วนสถานการณ์โรงแรมในพื้นที่พัทยา ข้อมูลจากชมรมโรงแรมเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ปัญหานักท่องเที่ยวจีนหายไปจากเมืองพัทยาเป็นปัญหาหนักมาก และขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเป็นการทำตลาดล่วงหน้า เกิดปัญหาหานักท่องเที่ยวไม่ทัน โดยเดือนพฤศจิกายนนี้นักท่องเที่ยวจีนลดลงถึง 80-90% และเดือนธันวาคมนี้ยังไม่มั่นใจว่าโรงแรมจะขายห้องพักได้ถึง 10% หรือไม่ ขณะที่แนวโน้มช่วงไตรมาส 1/2560 ถึงช่วงตรุษจีน ขณะนี้ก็ยังไม่เห็นยอดจองเข้ามา จากปกติทัวร์จีนจะมีการจองล่วงหน้าประมาณ 3 เดือน
ขณะที่ธุรกิจสายการบินนั้น แหล่งข่าวจากสายการบินไทยแอร์เอเชียซึ่งเป็นสายการบินที่ขนส่งผู้โดยสารชาวจีนมากเป็นอันดับ1 เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวน่าจะส่งผลกระทบชัดเจนกับผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ อย่างไรก็ตามมองว่า หลังจากทำการปรับโครงสร้างทัวร์ศูนย์เหรียญไปสัก 3-4 เดือน ทุกอย่างน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ และมั่นใจว่าจะกลับมาดีอีกครั้งในช่วงตรุษจีนปีหน้าได้

