เงินบาทแข็งโป๊ก จับตาต่างชาติเทขายหุ้น-บอนด์ไทย รับแรงกดดันตลาดทยอยลดความเสี่ยง
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 35.71 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 35.94 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.60-35.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
แม้ผู้เล่นในตลาดการเงินสหรัฐเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นและเลือกที่จะทยอยลดความเสี่ยงลง กดดันให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐต่างปรับตัวลดลง โดยแรงเทขายหุ้นสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นหลังจาก Christopher Waller ซึ่งเป็นหนึ่งใน FOMC Voting member ออกมาให้ความเห็นสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดจะชะลอตัวลงมากกว่าคาดก็ตาม แต่เฟดก็ยังไม่บรรลุภารกิจควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งมุมมองดังกล่าวได้ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมากังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟดอีกครั้ง
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องมากกว่าที่ประเมินไว้ แต่บรรยากาศในตลาดการเงินที่เริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น อาจกดดันให้นักลงทุนต่างชาติทยอยขายทำกำไรหุ้นและบอนด์ไทยได้บ้าง
นอกจากนี้ ควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีนออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ซึ่งอาจกดดันให้ค่าเงินหยวน (CNY) ของจีนพลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้บ้าง หลังจากแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจากความหวังการผ่อนคลายมาตรการโควิดเป็นศูนย์ของทางการจีน โดยในกรณีที่เงินหยวนพลิกอ่อนค่าลงก็มีโอกาสที่จะกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง (เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินหยวนจีนในช่วงนี้ราว 71%)
ทั้งนี้ หากเงินบาทอ่อนค่าลงได้ก็อาจจะไม่ได้อ่อนค่ารุนแรงมากนัก เนื่องจากโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำยังเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนเงินบาทฝั่งแข็งค่า ทำให้ประเมินว่าแนวต้านของเงินบาทจะอยู่ในโซน 36.00-36.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในขณะที่แนวรับยังคงเป็นโซน 35.50-35.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเมินว่าบรรดาผู้นำเข้าส่วนใหญ่ต่างรอทยอยซื้อเงินเหรียญสหรัฐและสกุลเงินต่างประเทศในโซนดังกล่าว

