ดัชนีเชื่อมั่น ผู้ประกอบการอุตฯดิจิทัล ไตรมาส 3 ปรับตัวดีขึ้นเกือบทุด้าน เว้นเรื่องต้นทุน
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 3 ประจำปี 2565 ใน 5 กลุ่ม อุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 48.6 ปรับตัวดีขึ้นจาก 46.0 ในไตรมาส 2 ของปี และปรับขึ้นในเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านผลประกอบการ ปริมาณการผลิตฯ คำสั่งซื้อฯ การจ้างงาน การลงทุนเพื่อประกอบการ แต่ความเชื่อมั่นฯ ด้านต้นทุนประกอบการฯ ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
โดยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 3/2565 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังไม่อยู่ในระดับเชื่อมั่น แม้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวจากโควิดที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาวะสงคราม เงินบาทที่อ่อนค่า และผลกระทบจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีนยังส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมยังไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ การพยายามลดต้นทุนของภาคธุรกิจยังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ที่ภาคธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มหันมาใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อการโฆษณา หรือทำการตลาดในรูปแบบอื่นแทนการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อลดต้นทุน
นายณัฐพล กล่าวว่า หากแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมจะพบว่า มี 2 อุตสาหกรรมย่อยที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าระดับ 50 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อยู่ที่ระดับ 53.2 และ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล อยู่ที่ระดับ 50.2 ขณะที่อุตสาหกรรมย่อยอื่นยังมีความเชื่อมั่นต่ำกว่าระดับ 50 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ อยู่ที่ระดับ 46.4 กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ อยู่ที่ระดับ 42.9 และ กลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อยู่ที่ระดับ 41.9
“ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยคาดหวังให้ภาครัฐเพิ่มมาตรการส่งเสริมด้านการเงินให้เข้าถึงง่ายและทั่วถึง ส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สำหรับพัฒนานวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลก สนับสนุนการจับคู่ทางธุรกิจ และเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดภาครัฐ รวมถึงผ่อนปรนระบบกฎหมายธุรกิจให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้น” นายณัฐพล กล่าว

