หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘พิพัฒน์’ เล็...

‘พิพัฒน์’ เล็งชง ‘ครม.’ ของบ 8,700 ล้านบาท จัดของขวัญปีใหม่-กระตุ้นท่องเที่ยว

15.11.22 | 10:53 น.

‘พิพัฒน์’ เล็งชง ‘ครม.’ ของบ 8,700 ล้านบาท จัดของขวัญปีใหม่-กระตุ้นท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล เพื่อเสนอของบประมาณจากรัฐบาล รวมเป็นมูลค่า 8,700 ล้านบาท ใช้จัดทำของขวัญปีใหม่ 2566 ให้กับประชาชน ซึ่งแบ่งเป็นงบประมาณที่ใช้กับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ประมาณ 7,200 ล้านบาท โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้พ้นการประชุมเอเปค 2022 ไปก่อน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนอีก 1,500 ล้านบาท จะเป็นการของบมาเพื่อกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในปี 2566 แบ่งเป็น ตลาดต่างประเทศ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ได้นักท่องเที่ยวต่างชาติ 20 ล้านคน ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ และอีก 500 ล้านบาท จะใช้ส่งเสริมตลาดในประเทศ เพื่อเป้าหมายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2566 ไม่น้อยกว่า 2.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของรายได้ทางการท่องเที่ยวของไทยในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงจะหารือร่วมกับนายกฯ เพื่อขอให้นายกช่วยเจรจาหารือกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อขอให้รัฐบาลจีนผ่อนปรนและปลดล็อกให้พลเมืองเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยเฉพาะจีนตอนใต้ ในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไทย ซึ่งมั่นใจว่าเมื่อนายกฯ ไทยได้พบสี จิ้นผิง จะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือกันแน่นอน เพราะต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดลูกค้าหลักของไทย ที่ปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 เข้ามาถึง 11 คน คิดเป็น 27% ของทั้งปี 2562 ในภาพรวมจำนวนต่างชาติ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความไม่แน่นอน อุปสรรคในปี 2566 ที่น่ากังวล ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน การปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ อาจทำให้เกิดภาวะค่าเงินผันผวน ส่วนเรื่องในประเทศ เป็นการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวที่รวดเร็วมาก จนเราปรับตัวตามไม่ทัน เป็นปัญหาเรื่องซัพพลายไซด์ อาทิ โรงแรมเปิดบริการได้แค่ 70 ห้อง จากจำนวนทั้งหมด 100 ห้อง เนื่องจากพนักงานมีไม่เพียงพอ ทำให้ต้องดูแลปัญหานี้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวให้ได้ดีที่สุด เพราะเราไม่ได้ต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแค่ 1 ครั้งแล้วหายไป แต่ต้องการให้กลับเข้ามาเที่ยวใหม่อีกครั้งอย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กลุ่มที่จะกระชากการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นได้ เป็นการเข้ามารักษาพยาบาลในไทย หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เพราะกลุ่มนี้มีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่ารักษาพยาบาล การพักอาศัยเพื่อพักฟื้น ใช้จ่ายกินอยู่ และการท่องเที่ยวร่วมด้วย ทำให้กลุ่มนี้มีความน่าสนใจ และไม่สามารถปล่อยได้ อย่างการทำฟัน การแปลงเพศ ที่ไทยได้รับความนิยมเข้ามาใช้บริการจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูง

Advertisement

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 จำนวนประมาณ 2 ล้านสิทธิ ใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,200 ล้านบาท พิจารณาจากต้นทุนค่าใช้จ่าย ประมาณ 3,600 บาทต่อคน รวมค่ามูลค่าโรงแรมที่อุดหนุนให้ 40% ไม่เกิน 10 ห้องหรือคืนต่อคน และคูปองอิเล็กทรอนิกส์ที่ 600 บาทต่อวัน ในระยะดำเนินการ 6 เดือน หรือหากเริ่มในเดือนมกราคม 2566 ได้ จะสิ้นสุดที่เดือนมิถุนายน 2566 โดยคาดการณ์ว่า จะทำให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 18,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแล้ว ยังมีส่วนอย่างยิ่งในการสนับสนุนการฟื้นตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศด้วย