หน้าแรก เศรษฐกิจ “อสังหาฯลอนดอ...

“อสังหาฯลอนดอน” สบช่องเงินปอนด์อ่อนค่า ชวนเศรษฐีไทยช้อป ชู อยู่ยาว 999 ปี

15.11.22 | 15:50 น.

“อสังหาฯลอนดอน” สบช่องเงินปอนด์อ่อนค่า ชวนเศรษฐีไทยช้อป ชู อยู่ยาว 999 ปี

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายแฟรงค์ ข่าน กรรมการบริหาร หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง และแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบันนับเป็นโอกาสของนักลงทุนชาวไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทั้งอยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาอสังหาฯ คือการประกาศลดภาษีอากรแสตมป์และมาตรการลดภาษีอื่นๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่การซื้อขายมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากตัวเลขช่วงเดือนกันยายน 2564 ถึงเดือนสิงหาคม 2565 มีทำธุรกกรรมทั้งหมด 155 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านปอนด์ สูงสุดรอบ 12 เดือน ซึ่งโซนฮอต อาทิ นอตติ้งฮิลล์ เชลซี เคนซซิงตัน

นายแฟรงค์ กล่าวว่า ล่าสุดไนท์แฟรงค์ได้บริหารการขายให้กับโครงการ Chelsea Barracks อยู่ย่านไพรม์แอเรียใจกลางกรุงลอนดอน มีเนื้อที่ 12.8 เอเคอร์ ประกอบด้วยอพาร์ทเมนต์ เพนต์เฮาส์ และทาวน์เฮาส์ พร้อมพื้นที่สีเขียว 40% หรือประมาณ 20,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านปอนด์ แบ่งพัฒนา 4 เฟส เฟสแรกเปิดขายแล้ว เป็นอพาร์ทเมนต์ จำนวน 67 ยูนิต ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 100 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3 ล้านปอนด์(ยูนิตละ 140 ล้านบาท) เป็นรูปแบบลีสโฮลด์ หรือเช่าระยะยาว 999 ปี ขณะนี้ยอดขายแล้ว 90% และทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 13 ยูนิต ขนาดพื้นที่เริ่มต้น 945 ตร.ม. หน้ากว้าง 10 เมตร เพดานสูง 3.5เมตร มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ราคาเริ่มต้น 38-55 ล้านปอนด์หรือเริ่มต้นยูนิตละ 1,600 ล้านบาท เป็นรูปแบบฟรีโฮลด์หรือขายขาด มียอดขายแล้ว 50% ส่วนเฟส2 จะสร้างเสร็จปลายปี 2566 มีทั้งทาวน์เฮ้าส์และอพาร์ทเมนต์

“ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อเป็นคนอังกฤษ ยังไม่มีคนไทย เรามองว่าหลังเงินปอนด์อ่อนค่า ราคาบ้านที่ลอนดอนปรับตัวดีขึ้นหลังโควิดเพิ่มขึ้น 2.7%และใน 5 ปีราคาจะเพิ่มขึ้น 7.5% น่าจะเป็นโอกาสของลูกค้าคนไทยที่ต้องการซื้อให้ลูกอยู่อาศัยเมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะโครงการมีผลตอบแทนสูงถึง 21% จึงจัดโรดโชว์เฉพาะกลุ่มที่ไทย เป็นกลุ่มนักธุรกิจหรือกลุ่มอัลตร้าลักชัวรี่มีรายได้สูง มีเงินฝากตั้งแต่ 30-60 ล้านปอนด์ ตั้งเป้าจะมียอดขาย 2-3 ยูนิตหรือกว่า 300-400 ล้านบาท“นายแฟรงค์กล่าว