หน้าแรก เศรษฐกิจ เริ่มแล้ว! กา...

เริ่มแล้ว! การประชุม จนท.อาวุโสเอเปคครั้งสุดท้าย วันแรกเน้นแผนงานขับเคลื่อน FTAAP

15.11.22 | 19:32 น.

เริ่มแล้ว! การประชุม จนท.อาวุโสเอเปคครั้งสุดท้าย วันแรกเน้นแผนงานขับเคลื่อน FTAAP

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคครั้งสุดท้ายเริ่มขึ้นแล้วในวันที่ 15 พฤศจิกายน เพื่อสานต่อการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคทั้ง 4 ครั้งที่จัดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา ไทยเริ่มต้นจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาสุโสครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และจัดอีก 3 ครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม และสิงหาคม

นายธานี ทองภักดี ประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ โดยมีนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศทำหน้าที่เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคของไทย การประชุมจะเกิดขึ้น 2 วันและแบ่งออกเป็น 3 ช่วงการประชุม

ในการประชุมวันแรก เจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคได้ร่วมกันหารือในประเด็นด้านการค้าการลงทุนและการส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งทางด้านกายภาพและด้านดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญที่ไทยผลักดันในเอเปค 2022 คือการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนทุกกลุ่ม และการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติอย่างไร้รอยต่อ

ตัวอย่างประเด็นสำคัญของการประชุมในวันนี้ เช่น หารือเรื่องแผนงานการขับเคลื่อนวาระ FTAAP ให้ต่อเนื่อง รายงานนโยบายเศรษฐกิจเอเปคประจำปี 2565 หัวข้อ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงโดยยั่งยืน” (Structural Reform and a Green Recovery from Economic Shocks) การริเริ่มทำงานตามแผนแม่บทด้านอินเตอร์เน็ตและเศรษฐกิจดิจิทัล และข้อเสนอแนะจากคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการฟื้นฟูการเดินทางอย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อ

Advertisement

ประเด็นหารือเหล่านี้ สะท้อนการทำงานที่สำคัญของเอเปคเพื่อทำให้การหารือเรื่อง FTAAP มีพลวัตรและเท่าทันความเปลี่ยนแปลง ถอดบทเรียนจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค และฟื้นสร้างภาคการเดินทางและภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ แผนงานการขับเคลื่อนวาระ FTAAP ให้ต่อเนื่อง และข้อเสนอแนะจากคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการฟื้นฟูการเดินทางอย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อที่ได้กล่าวถึงในข้างต้น คือส่วนหนึ่งของผลลัพธ์สำคัญในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจฟื้นฟูและเติบโตอย่างครอบคลุมและยั่งยืน สร้างภูมิคุ้มกันให้เอเปครับมือกับวิกฤตการณ์และโรคระบาดใหม่ๆ ในอนาคตได้อย่างเข้มแข็ง