หน้าแรก เศรษฐกิจ เฮงเค็ล โชว์ร...

เฮงเค็ล โชว์รายได้ Q3/65 สร้างประวัติศาสตร์ยอดขายสูงสุด 6 พันล้านยูโร จากการปรับราคาสินค้า

16.11.22 | 14:54 น.

มร.คาร์สเทน โนเบล ประธานกรรมการบริหาร เฮงเค็ล เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2565 ว่า มียอดขายทั้งกลุ่มราว 6 พันล้านยูโร นับเป็นยอดขายรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีการเติบโตปกติเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 11.3 ผลจากการมีการปรับราคาสินค้าในทุกหน่วยธุรกิจในทุกภูมิภาค แต่ยอมรับว่าปริมาณการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

“ด้วยสภาพแวดล้อมของตลาดที่ยังคงมีความท้าทายอย่างมาก ได้ดำเนินกลยุทธ์เพื่อให้ได้บรรลุเป้ายอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึงสองหลัก ต้องขอบคุณทุกหน่วยธุรกิจและทุกภาคส่วนอย่างมากที่ได้มีส่วนช่วยในการดำเนินงานเพื่อธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นถึงสองหลักจากหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีกาว ในไตรมาส 3 ซึ่งการเพิ่มขึ้นสองหลักเป็นเครื่องพิสูจน์ในระยะยาวถึงศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอที่ทั้งสมดุลและแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม นอกจากนี้ ได้ขับเคลื่อนการวางแผนดำเนินการเรื่องมาตรฐานในการบริหารพอร์ต โดยการบริหารจัดการราคาอย่างเข้มงวดและดูแลเรื่องการพัฒนาศักยภาพ อีกทั้งเราได้รวมกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าด้วยกันและเรากำลังดำเนินการวางแผนในการทำโครงสร้างใหม่ การดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้ เป็นความสำเร็จของทีมเราทั่วโลก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวของเฮงเค็ลในช่วงเวลาที่แสนจะท้าทายนี้”

สำหรับผลการดำเนินยอดขายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ขับเคลื่อนหลักๆโดยหน่วยธุรกิจเทคโนโลยีกาว รวมถึงการสนับสนุนจากหน่วยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ สินค้าผู้บริโภค ธุรกิจยานยนต์และโลหะ ส่วนหน่วยธุรกิจบิวตี้แคร์ บรรลุเป้าในการเพิ่มยอดขายเป็นบวกเช่นกัน โดยผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมมีการเติบโตอย่างมั่นคง ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมีการเติบโตถึงสองหลัก ค่อยๆฟื้นตัวมาจากในไตรมาสก่อนหน้า ธุรกิจทำสีผมและธุรกิจบำรุงผม ผลิตภัณฑ์สำหรับช่างมืออาชีพสามารถสร้างผลประกอบการที่ดี ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นสองหลักในตลาดเกิดใหม่ ขณะที่หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนมียอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

มร. คาร์สเทน โนเบล กล่าวว่า เฮงเค็ลยังคงมีแนวทางนำไปสู่การเพิ่มยอดขายและเพิ่มกำไรในปีนี้ คาดหวังยอดขายในระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ร้อยละ 7- 8 ในปีงบประมาณ 2565 จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 5.5-7.5 มีผลตอบแทนจากการขายที่ปรับแล้ว (EBIT margin) ร้อยละ 10-11 จากก่อนหน้าอยู่ที่ร้อยละ 9-10