บช.ก.ตั้งทีม ตรวจสอบหุ้นMORE พบผู้ต้องสงสัย ซื้อ-ขาย กว่า 20 ราย เรียกสอบ ตรวจเส้นทางการเงิน

16.11.22 | 16:11 น.

บช.ก. ตั้งคณะทำงาน3หน่วย ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีหุ้นมอร์ หลัง11โบรกเกอร์ ที่ได้รับความเสียหายกว่า4,500ล้าน เข้าร้องทุกข์ พบผู้ต้องสงสัยกว่า20ราย เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เร่งตรวจสอบว่าเข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงหรือไม่ ยัน ยังพบตัวเคลื่อนไหวในประเทศ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ ปอศ. หลังจากตัวแทนโบรกเกอร์ผู้เสียหาย รวม 11บริษัท ที่มี คำสั่งซื้อขายหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น (MORE) เข้าร้องทุกข์กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการ ปอศ. เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อให้ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องกับ คำสั่งซื้อหุ้น ในฐานฉ้อโกง หลังพบว่า บริษัท มอร์ รีเทิร์น (MORE) มีสภาพการซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปอย่างผิดปกติ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน ส่งผลที่สร้างความเสียหายให้นักลงทุนและโบรกเกอร์ได้รับความเสียหายรวมกว่า 4,500ล้านบาท

ต่อมาเวลาประมาณ 15.00 น.พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุความคืบหน้าภายรับเรื่องว่า วันนี้มีบริษัทโบรกเกอร์ 11 บริษัท เข้ามาที่กองบังคับการสอบสวนกลาง โดยปอศ.รับเรื่องไว้ ซึ่งเป็นการมาร้องทุกข์ให้ตรวจสอบการซื้อขายหุ้นของบริษัท มอร์ ที่พบความเสียหาย กว่า4,000ล้าน แต่ละบริษัทจะแบ่งเป็นความเสียหายเเต่ละรายหลักร้อยล้านและหลักพันล้าน พบว่า ผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีในฐานฉ้อโกงกับ ผู้ซื้อหุ้นมอร์1ราย และผู้ขายหุ้นมอร์อีกกว่า20หลายราย โดยสงสัยว่า ผู้ซื้อกับผู้ขาย เป็นกลุ่มเดียวกัน ที่มีความเกี่ยวพันกันหรือไม่ และมีการฉ้อโกงหรือไม่ และมีแผนในการมาปล้นโบรกเกอร์หรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงรับไว้ทำการตรวจสอบ

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า วันนี้ยังตอบไม่ได้ว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่าง จะเข้าข่ายความผิดอย่างไรบ้าง จะต้องดำเนินการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา ร่วมกับ ปอศ. กองบังคับการปราบปราม และ ปอท. เพื่อนำข้อมูลแต่ละด้านมาแสวงหาข้อเท็จจริง และจะต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ โดยจะต้องดูเรื่องธุรกรรมทางการเงิน พยานบุคคล และสอบปากคำ รวมถึงสอบข้อเท็จจริงกับทางตลาดหลักทรัพย์ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดหลักทรัพย์มาร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้เช่นกัน โดยยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า บุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นกว่า20ราย เท่าที่ทราบยังอยู่ภายในประเทศ โดยจะต้องเรียกมาสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงตรวจสอบการทำธุรกรรมอื่นๆ ส่วนจะเข้าข่ายเป็นลักษณะของการปั่นหุ้นหรือไม่นั้น ก็จะต้องตรวจสอบด้วย หากพบว่ามีลักษณะของการปั่นหุ้นก็จะต้องดำเนินคดีในความผิดนี้ด้วย

Advertisement