นายกภัตตาคาร จ่อยื่น ‘บิ๊กตู่’ ขอของขวัญปีใหม่ จ่ายอุดหนุนต้นทุนร้านข้าวแกง 10 บาท
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมกำลังจัดทำหนังสือข้อเสนอเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการด้านร้านอาหารต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเตรียมยื่นหนังสือภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 โดยข้อเสนอเบื้องต้น จะขอให้นายกฯให้การสนับสนุนผู้ประกอบการร้านข้าวแกงในเครือข่ายร้านอาหารของสมาคม และร้านอาหาร “กำลังใจ” ที่สมาคมกำลังผลักดันให้เป็นอาชีพของผู้ขาดรายได้หรือไม่มีงานประจำทำ
นางฐนิวรรณกล่าวว่า รวมถึงฟื้นร้านอาหารที่ประสบปัญหาช่วงเกิดวิกฤตโควิดระบาดที่ไม่สามารถทำธุรกิจได้เหมือนเดิมกว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยขอให้รัฐจ่ายสมทบ 10 บาท ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร เป็นเวลาต่อเนื่อง 3 เดือน โดยปัจจุบันร้านกำลังใจจะเป็นข้าวราดแกงราคา 25 บาทเริ่มต้น ส่วนเงินที่อยากให้รัฐช่วยเหลือกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงรายละเอียดทั้งหมดของโครงการ เพื่อให้เงินที่ได้รับความช่วยเหลือเกิดประโยชน์สูงสุด
“ก่อนหน้านี้เคยเข้าประชุมกับหน่วยงานรัฐที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้สำรวจและสอบถามว่าจะให้รัฐช่วยเหลือ หรือต้องการของขวัญปีใหม่อะไรที่จะมอบให้ประชาชนและธุรกิจไปพร้อมกัน อย่างภาคท่องเที่ยว เสนอเรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญเราเที่ยวด้วยกัน อย่างภัตตาคารร้านอาหารก็เห็นว่าในภาวะที่วัตถุดิบอาหารสดแพงขึ้นมาก อย่างวันนี้เนื้อหมูราคาเกิน 265 บาท/กิโลกรัม (กก.) น่าจะ 300 บาทในเร็วๆ นี้ จากปีก่อนราคา 160 บาทต่อ กก. หรือไก่สดราคาปีก่อน 60-70 บาท วันนี้เกือบ 90-100 บาทแล้ว
“อีกทั้งต้นทุนค่าแรง ค่าไฟ ค่าก๊าซสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อดีขึ้นในลักษณะทรงตัว และคึกคักไม่เท่ากันทุกพื้นที่เหมือนก่อนโควิดระบาด ดังนั้น หากรัฐสนับสนุนต้นทุนต่อจาน 10 บาท เพื่อให้นำเงินส่วนนี้ไปชดเชยวัตถุดิบที่สูงขึ้น ให้ประชาชนได้บริโภคข้าวราดแกงไม่เกิน 25 บาทได้นานที่สุด ส่วนหนึ่งนำเป็นทุนเพิ่มจำนวนร้านกำลังใจทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกประชาชนได้ทานของดีราคาถูก” นางฐนิวรรณกล่าว
นางฐนิวรรณกล่าวว่า ในเป้าหมายสมาคมต้องการขยายจุดเครือข่ายร้านกำลังใจให้เกิน 1,000 จุด จากวันนี้เปิดๆ ปิดๆ เพราะทนต้นทุนและกำลังซื้อไม่ดีไม่ไหว ทำให้เหลือประมาณ 50 จุด จากที่เคยเปิดประมาณ 100 จุด หากได้รับการสนับสนุนภาครัฐและประชาชนเห็นว่าร้านอาหารเหล่านี้มีในหลายพื้นที่ก็จะเข้าใช้บริการ และต่อยอดให้ร้านอาหารนั้นอยู่ได้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่เข้าถึงประชาชนและรายย่อยได้แท้จริง
นางฐนิวรรณกล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์กำลังซื้อนั้น ร้านอาหารส่วนใหญ่ระบุว่า ขายดีขึ้น เพราะเห็นการเข้ามาของนักท่องเที่ยวคนไทยหรือต่างชาติมากขึ้น แต่บางพื้นที่ก็ยังมียอดขายไม่นิ่ง และยังเจอปัญหารายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย การเติมทุนหรือสร้างให้เขามีรายได้ต่อเนื่อง จะช่วยฟื้นธุรกิจรายย่อยได้อีกมาก ที่สำคัญคือเกิดการจ้างงานเพิ่มอีกครั้ง

