‘จุรินทร์’ ปิด 6 ข้อตกลงเคลื่อนศก. พร้อมเอ็มโอยูออสเตรเลีย ชูความเท่าเทียมทางเพศ

17.11.22 | 20:23 น.

‘จุรินทร์’ ปิด 6 ข้อตกลงเคลื่อน ศก. พร้อมเอ็มโอยูออสเตรเลีย ชูความเท่าเทียมทางเพศ

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 มีข้อสรุปในหัวข้อหลักของการประชุม คือ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล โดยหัวข้อหลักอย่าง Open หรือโอเพ่น นั้น มีข้อสรุป 6 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.เห็นพ้องให้เปิดกว้างด้านการค้าและการลงทุน เพื่อให้ห่วงโซ่อาหาร รวมถึงซัพพลายทำงานได้ 2.ขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจเอเปค และความร่วมมือเอฟทีเอต่างๆ ในอนาคต 3.เร่งหาข้อสรุปในประเด็นเห็นพ้องดับเบิลยูทีโอ รวมถึงให้เสริมประเด็นใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการค้าโลกที่สำคัญต่อดับเบิลยูทีโอ 4.เอเปคเห็นชอบร่วมกันในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านบริการของกลุ่มสมาชิกเอเปค เช่น การท่องเที่ยว การขนส่ง โลจิสติกส์ เป็นต้น 5.เห็นพ้องในการผลักดันเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอี และสตรี ได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอิโคโนมี และ 6.สนับสนุนแนวคิดการค้าสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสินค้าและบริการ หรือสนับสนุนด้านการผลิต การแปรรูป การตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดนี้เป็นหัวข้อที่เอเปคให้ความสนใจในการประชุม

นายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งออสเตรเลีย ว่าด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (MOU on the Strategic Economic Cooperation Arrangement: SECA) มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและออสเตรเลีย และพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมหลายมิติยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับระบบการค้าภายใต้องค์การการค้าโลก การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ความเท่าเทียมทางเพศและการส่งเสริมบทบาทของสตรีในระบบเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในทุกมิติ ทั้งนี้ SECA ตั้งอยู่บนความร่วมมือ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นการดำเนินการตามกฎหมายภายในประเทศ และสามารถปรับปรุงได้ตามพัฒนาการของความร่วมมือ

โดยในเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายได้กำหนดสาขาความร่วมมือที่จะให้ความสำคัญ รวม 8 สาขา ได้แก่ 1.เกษตร เทคโนโลยี และระบบอาหารที่ยั่งยืน 2.การท่องเที่ยว 3.บริการสุขภาพ 4.การศึกษา 5.การค้าดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัล 6.เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 7.การลงทุนระหว่างกัน และ 8.พลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว และการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะต้องมีการหารือในรายละเอียดให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หลังจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ โดย SECA จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนในหลายมิติ อีกทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับออสเตรเลียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

Advertisement

ทั้งนี้ ในปี 2564 ออสเตรเลียเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 6 ของไทย รองจากจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม สำหรับการค้าไทย-ออสเตรเลียในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-สิงหาคม 2565) มีมูลค่า 12,762.54 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.50% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเป็นการส่งออกจากไทยไปออสเตรเลีย มูลค่า 7,349.53 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.34% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และเป็นการนำเข้าจากออสเตรเลีย มูลค่า 5,413.01 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 50.82% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปออสเตรเลีย ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ และอัญมณี ขณะที่ สินค้านำเข้าสำคัญจากออสเตรเลีย ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง สินแร่ และถ่านหิน