ธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มฟื้น ‘โออิชิ’ กวาดรายได้กว่า 1.2 หมื่นล้าน กำไรโต 120%
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานสำหรับรอบปีบัญชี 2565 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวมทั้งสิ้น จำนวน 12,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,877 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29.3% จากรอบบัญชีปี 2564 เป็นผลมาจากการเติบโตทั้งธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจร้านอาหาร
โดยธุรกิจเครื่องดื่มมีรายได้ 7,292 ล้านบาท เติบโต 16.7% หรือ 1,042 ล้านบาทจากปีก่อน เนื่องจากการเติบโตจากยอดขายเครื่องดื่มในประเทศ และยังครองความเป็นผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มได้อย่างต่อเนื่องจากการที่บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างยอดขาย และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
อีกทั้งการออกสินค้าใหม่ “โออิชิ กรีนที ฮันนี่เลมอน น้ำตาล 0%” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคในด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทยังคงมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเปิดประเทศของตลาดส่งออกหลักของบริษัท
ส่วนธุรกิจอาหารมีรายได้ 5,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.5% หรือ 1,836 ล้านบาทจากปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของรายได้จากช่องทางการรับประทานอาหารที่ร้าน (Dine-in) และการขยายสาขาเพิ่มเติม
อีกทั้งบริษัทได้นำเสนอร้านอาหารรูปแบบใหม่ “ชาบู บาย โออิชิ” (Shabu by Oishi) ซึ่งให้บริการชาบูรูปแบบการเลือกอาหารตามสั่ง (A-la-carte) เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ด้วยการใช้ “สายพานรถไฟ” ที่ทันสมัยในการเสิร์ฟอาหาร ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายสาขาร้าน “โออิชิ บิซโทโระ” (Oishi Biztoro) ซึ่งให้บริการเมนูอาหารญี่ปุ่นจานด่วน เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่เน้นความรวดเร็วและสะดวกสบายเป็นสำคัญ ในส่วนของสินค้ากลุ่มพร้อมปรุงพร้อมทาน เช่น เกี๊ยวซ่าและแซนด์วิช จาก “โออิชิ อีทโตะ” (Oishi Eato) ยังคงเติบโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศ
สำหรับต้นทุนขายและให้บริการรวมอยู่ที่ 8,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% หรือ 1,715 ล้านบาท เมื่อเทียบกับต้นทุนขายและบริการในปี 2564 เป็นการเพิ่มในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจ เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุน จึงทำให้อัตราส่วนต้นทุนขายในปี 2565 กับ 2564 คิดเป็น 67.7% และ 70.1%ตามลำดับ
ขณะที่ต้นทุนขายและการให้บริการของธุรกิจเครื่องดื่ม อยู่ที่ประมาณ 73.5% ต่อยอดขาย ลดลงประมาณ 1.3% เมื่อเทียบกับปี 2564 เนื่องจากการบริหารจัดการทางด้านต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการประหยัดจากการผลิตที่ดีขึ้น สามารถช่วยชดเชยตันทุนวัตถุดิบ และต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
ด้านต้นทุนขายและการให้บริการของธุรกิจอาหาร อยู่ที่ประมาณ 58.0% ต่อยอดขาย ลดลงประมาณ 2.6% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการประหยัดจากขนาดเนื่องด้วยยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการในร้านอาหาร และการวางแผนจัดซื้อสินค้า เพื่อลดผลกระทบจากตันทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายในรอบปีบัญชี อยู่ที่ 1,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% หรือ 170 ล้านบาท จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อผลักดันยอดขายในธุรกิจเครื่องดื่ม โดยเน้นจับกลุ่มผู้บริโภคที่ตรงเป้าหมาย
นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวม 1,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% หรือ 179 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายทั้งบุคลากรและค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สนับสนุนการขายของธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งสามารถช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,199 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 654 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตที่ระดับ 120% จากรอบปีบัญชี 2564 เป็นผลมาจากธุรกิจเครื่องดื่มที่เติบโต และการฟื้นตัวของธุรกิจอาหาร โดยมีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

