ตอบข้อสงสัย ทำไมค่าไฟแพง?
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน อดีตกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยในรายการ SMART ENERGY ทางช่อง ททบ. 5 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ระบุว่า
ปัจจุบันประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปี 2565 ค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นมีสาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนเชื้อเพลิง เนื่องจากปัจจัยแรกคือ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยซึ่งถือเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักของไทยที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของสัญญาสัมปทานจากบริษัทเอกชนมาเป็น ปตท.สผ. ซึ่งช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นส่งผลให้ก๊าซในอ่าวไทยลดลงกว่าที่ควรจะเป็น และอีกปัจจัยหนึ่งคือ ก๊าซที่นำเข้าจากพม่ามีปริมาณลดลงกว่าแผนที่เคยคาดการณ์ไว้ ดังนั้น จึงส่งผลให้ต้องนำเข้า LNG ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากเดิมปริมาณการนำเข้า LNG จะอยู่ที่ 6-8 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันไทยต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นถึง 20%
ปัญหาของการนำเข้า LNG ในปริมาณที่สูงขึ้นนั้น คือเราจะต้องแบกรับราคา LNG ที่แพงกว่าราคาก๊าซในอ่าวไทย โดย LNG เริ่มมีราคาสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ผนวกกับภาวะสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ยิ่งทำให้ราคา LNG ทั่วโลกสูงขึ้น โดยจากปี 2564 ที่เฉลี่ยราคา LNG จะอยู่ที่ประมาณ 10 USD/MMBtu แต่ช่วงต้นปี 2565 ขยับขึ้นมาถึง 30-50 USD/MMBtu และค่อยๆ ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 20-30 USD/MMBtu ซึ่งยังเป็นราคาที่สูงอยู่ดี
นอกจากที่จะต้องนำเข้า LNG มากขึ้นในราคาที่สูงขึ้นตามสถานการณ์โลกแล้ว ยังมีเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย จากที่ตอนกลางปี อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ แต่ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ 38 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ส่งผลต่อค่าไฟที่จะต้องปรับขึ้นประมาณ 5-6 สตางค์ เพราะฉะนั้นสาเหตุที่แท้จริงของค่าไฟแพงคือ 1.ต้องนำเข้า LNG ในปริมาณมากขึ้นเพราะก๊าซในอ่าวไทยน้อยลง 2.ราคา LNG สูง บวกกับอัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทอ่อนค่าลงค่อนข้างเยอะ
ในขณะที่ต้นทุน LNG ที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้น รัฐจึงให้โรงไฟฟ้าหลายโรงเดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา แทนการใช้ LNG แต่ก็สามารถทำได้แค่บางโรงไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระในการนำเข้า LNG ได้ และช่วยลดค่าไฟได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ก๊าซในอ่าวไทยจะอิงกับราคาน้ำมันเตาย้อนหลังประมาณ 1 ปี เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าราคาก๊าซอ่าวต้นปี 2566 ก็จะอิงจากราคาน้ำมันเมื่อต้นปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่มีราคาสูง ส่งผลให้ราคารับก๊าซจากอ่าวไทยก็จะสูงขึ้นกว่าของต้นปี 2565 และอีกประเด็นหนึ่งคือราคา LNG ค่อนข้างมีความผันผวนสูง ทำให้ปีหน้าราคาค่าไฟฟ้าก็ยังเป็นขาขึ้นอยู่
หลายประเทศทั่วโลกที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ กำลังเผชิญวิกฤตพลังงานเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ของบ้านเรามีกลไกกำหนดราคาเป็นกลไกตลาด เพราะฉะนั้นบ้านเรายังถือว่าไม่วิกฤตมาก แต่จะเริ่มเป็นหนี้เยอะมากขึ้น ในส่วนของค่าไฟฟ้า กฟผ.เองก็ช่วยตรึงไว้อยู่ที่ประมาณเกือบแสนล้านบาท ซึ่งการลดภาระค่าไฟที่ดีที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า จะช่วยให้ประเทศไม่ต้องเสียเงินนำเข้าเชื้อเพลิงในราคาแพงและไม่ต้องขาดดุลการค้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ
วิธีที่จะช่วยประหยัดพลังงานและช่วยลดค่าไฟได้อย่างง่ายที่สุด คือ หลัก 4 ป.ประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย
- ปิด คือ ปิดไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เช่น ออกจากห้องก็ปิดไฟ ไม่เปิดไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
- ปรับ คือ ปรับอุณหภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดก็คือเครื่องปรับอากาศ สมัยก่อนรณรงค์ให้ปรับเป็น 25 อาศา แต่ตอนนี้หากปรับเพิ่มเป็น 26 องศา จะช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกประมาณ 10%
- ปลด คือ ปลดปลั๊กไฟต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ อย่างเช่น ทีวีต้องถอดปลั๊กเลย การปิดด้วยรีโมทก็ยังกินไฟอยู่ โดยเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่นซึ่งกินไฟเยอะมาก ก็ต้องปิดเมื่อไม่ได้ใช้งาน
- เปลี่ยน คือ เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น ถ้าเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดธรรมดามาเป็นหลอด LED จะช่วยประหยัดได้ถึง 85% เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องเบอร์ 5 จะประหยัดได้ 25-30%
ดังนั้น หลักการ 4 ป. เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนควรจะเริ่มทำตั้งแต่วันนี้แล้วจะช่วยประเทศชาติได้อย่างแท้จริง เพราะการที่ใช้ไฟฟ้าน้อยลงก็หมายความว่าเราจะเดินเครื่องเพื่อผลิตไฟฟ้าน้อยลง ก็จะไม่ต้องเพิ่มปริมาณการนำเข้า LNG ที่มีราคาสูงมาก ค่าไฟก็จะถูกลงด้วย

