หน้าแรก เศรษฐกิจ เฉลียงไอเดีย ...

เฉลียงไอเดีย : ทายาทรุ่น 2 ‘อัมรินทร์ บาซาร์’ ‘ธนันชัย กนกวลีวงศ์’ ปฏิวัติร้านเพชร ปั้น‘อนันทา’แบรนด์สร้างสุขนิรันดร์ของทุกคน

20.11.22 | 09:37 น.
เฉลียงไอเดีย : ทายาทรุ่น 2 ‘อัมรินทร์ บาซาร์’ ‘ธนันชัย กนกวลีวงศ์’ ปฏิวัติร้านเพชร
ธนันชัย กนกวลีวงศ์’

เฉลียงไอเดีย : ทายาทรุ่น 2 ‘อัมรินทร์ บาซาร์’ ‘ธนันชัย กนกวลีวงศ์’ ปฏิวัติร้านเพชร ปั้น‘อนันทา’แบรนด์สร้างสุขนิรันดร์ของทุกคน

คําว่า “ลูกไม้หล่นใต้ต้น” น่าจะใช้ได้ดีกับผู้บริหารหนุ่มคนนี้ “วิน” ธนันชัย กนกวลีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันทา จิวเวลรี่ จำกัด หรือชื่อเดิม “อัมรินทร์ บาซาร์” ร้านเพชรที่อยู่คู่กับ “อัมรินทร์พลาซ่า” เมื่อกว่า 30 ปีก่อน

คุณวินเข้ามารับช่วงธุรกิจต่อจากพ่อ โดยเข้ามาช่วยเต็มตัวเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา แต่นั่งบริหารเองประมาณ 4 ปีกว่าๆ หลังคุณพ่อวางมือ รีไทร์ 100% ซึ่งความตั้งใจเริ่มต้นคืออยากแตกหน่อทำธุรกิจของตัวเอง ด้วยมีใจค้าขายแต่เด็ก จากพื้นฐานครอบครัวเชี่ยวชาญเรื่องการค้า กลายเป็นสิ่งหล่อหลอมให้อยากทำการค้า ฉายแววตั้งแต่วัย 12 ปี เมื่อครั้งเรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลีย เริ่มทดลองขายออนไลน์ สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผ่านเว็บ “eBay” จนมีเงินเก็บติดตัวมาเมืองไทยเป็นหลักแสนบาท หากเทียบมูลค่าสมัยนี้ก็น่าจะหลายแสนหรือแตะล้านบาท!

กลับมาเรียนต่อระดับปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระหว่างเรียนได้ช่วยธุรกิจของพ่อด้วยแบบไม่เต็มตัว กระทั่งเรียนจบ ขอคุณพ่อเรียนรู้หาประสบการณ์ก่อนเข้าไปทำงานแบบ Full Time “เริ่มจากการเล่นหุ้น เรียนรู้เรื่องการลงทุนประมาณ 1 ปี เป็นการ Explore ตัวเราว่าเหมาะหรือชอบที่จะทำอะไร”

แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจมาช่วยธุรกิจของพ่อ มาจากสถานการณ์การเมือง!

Advertisement

ความขัดแย้งของสีเสื้อ คนไทยเกิดการแบ่งข้าง มีการชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองที่เริ่มรุนแรงขึ้น ลามไปสู่จลาจล ทุบทำลายข้าวของในห้างสรรพสินค้า กระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปี 2553 “อนันทา หรือ “อัมรินทร์ บาซาร์” เป็นหนึ่งในหลายช็อปที่ประสบเหตุ แต่โชคดีที่สินค้าภายในร้าน คือเครื่องเพชรต่างๆ ไม่ได้โดนขโมย เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ขวางทางไว้ ผู้บุกรุกไม่สามารถเข้ามาภายในได้ “เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ได้คิดว่านี่คือธุรกิจของเรา ของครอบครัว แล้วทำไมไม่มาช่วยพ่อเลยละ” คุณวินเล่าถึงวินาทีที่ตัดสินใจแน่นอน

สิ่งที่คุณวินเริ่มทำแทบจะเรียกได้ว่า “ปฏิวัติร้านเพชร” เริ่มตั้งแต่ย้ายโลเกชั่นจากโซนด้านหลังห้าง มาอยู่หน้าห้างติดถนน ออกแบบร้านป้องกันเหตุไม่คาดฝันในอนาคต โดยมีประตูเหล็กปิดหน้าร้านสั่งการจากภายในร้าน ดีไซน์ร้านแบบเปิดโล่ง ไม่มีประตูหน้าร้านไม่มี รปภ.เฝ้า เพื่อให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ไม่รู้สึกเกร็งที่จะเข้าร้าน ไม่มีพนักงานยืนกดดันให้รู้สึกอึดอัด ลูกค้าทั่วไปรวมถึงเด็กวัยรุ่นสามารถเดินชมสินค้าในร้านได้อย่างสบายใจ พนักงานจะเข้ามาหาเมื่อลูกค้าต้องการสอบถามข้อมูล

“ผมปรับหน้าร้านใหม่แบบเปิดโล่ง ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาได้เลย ไม่ต้องรอให้พนักงานปลดล็อกประตูหน้าร้านเหมือนในอดีต ไม่มี รปภ.ยืนคุมเชิงหน้าร้าน แต่มาเน้นให้ความสำคัญเรื่องการวางระบบ Security หลังร้าน พนักงานจะไม่ประชันหน้ากับลูกค้า เป็นการต้อนรับแบบ welcome การตกแต่งร้านไม่จำเป็นต้องหรู เพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลาย แต่งตัวสบายๆ หรือลูกค้าวัยรุ่นก็สามารถเข้ามาแวะชมสินค้าได้”

อีกเรื่องที่คุณวินฉีกกฎร้านเพชรดั้งเดิมคือการเข้าหาลูกค้า “เมื่อก่อนร้านเพชรทั่วไปจะรอให้ลูกค้าเข้ามาหา รุ่นผู้ใหญ่มักสอนกันมาแบบนี้ แต่ผมคิดว่าเปิดร้านแล้วต้องมานั่งเฝ้ารอลูกค้าจนร้านปิดทำไม จึงตัดสินใจออกไปหาลูกค้าเอง อาศัยประสบการณ์ที่เคยขายสินค้าทางออนไลน์มาก่อน จึงเริ่มสร้างเว็บไซต์ เว็บเพจ ตั้งกระทู้เกี่ยวกับเครื่องประดับเพชร ให้ความรู้วิธีการเลือกเพชรแท้เพชรน้ำงาม รีวิวสินค้า จนเกิดกระแสลูกค้าบอกต่อ โดยไม่ต้องใช้เงินทำการตลาด”

เริ่มสร้างฐานการเข้าถึงลูกค้าด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่ 14 ปีก่อน จนปัจจุบันเจ้าตัวบอกว่ากล้าพูดได้เต็มปาก ในโซเชียลอย่าง กูเกิล เฟซบุ๊ก “อนันทา” เป็นเบอร์หนึ่งเรื่องเพชร

คุณวินเลือกทำตลาด “แหวน” ในการสร้างชื่อให้อนันทา ตั้งต้นจากสินค้าเม็ดเดียว เป็นอัญมณีเม็ดเดี่ยว ปรับลดราคาให้จับต้องได้ จากหลักแสนบาท เริ่มต้น 30,000 บาท จนปัจจุบันมีเครื่องประดับเพชรในราคาที่ย่อมลงมาไม่ถึง 10,000 บาท!

“ทางร้านจะเริ่มการ Educate ลูกค้าก่อนเพื่อหาสินค้าที่ตรงใจที่สุด เป็นบริการเสมือน bespoke service (บริการตามสั่ง) ลูกค้าสามารถเลือกสรรแหวนได้ด้วยตัวเอง ผ่านบริการ ‘ANANTACREATE’ สามารถเลือกขนาด สเปกของเพชร เลือกตัวเรือนมี 4 แบบ ได้แก่ Classic, Halo, Diamond Band และ Side Stones รวมถึงรูปทรงของเพชรที่หลากหลาย ทั้งแบบกลม เหลี่ยม หัวใจ ฯลฯ เป็นการเลือกตามชอบและตามงบประมาณของลูกค้า โดยทางร้านจะมีเครื่องค้นหาเพชรแบบ 3D สั่งมาจากต่างประเทศ มีเครื่องเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับส่องดูน้ำเพชร ตำหนิของเพชร” คุณวินบอกว่า เครื่องนี้สามารถนำนิ้วมือเข้าไปทาบกับเพชร 3D ที่เลือกไว้เพื่อดูว่าเหมาะกับนิ้วหรือไม่ รวมถึงส่องหมายเลขบนเพชรเม็ดนั้นว่าตรงกับใบรับรองคุณภาพหรือไม่ เพราะอนันทามีการันตีเพชรทุกเม็ดจะต้องผ่านมาตรฐาน 9 ข้อของแบรนด์ คือ 1.มีใบรับรองจากสถาบัน GIA (GEMOLOGICAL INSTITUTE OF AMERICA : สถาบันอัญมณีหลักของประเทศสหรัฐอเมริกา) 2.Excellent 3.None Fluorescence 4.Hearts & Arrows 5.Premium Size 6.Least Flaws 7.No Grainings 8.No Black Inclusion และ 9.No Brown Shade

 

“กลายเป็นกระแสบอกต่อ หากต้องการแหวนแต่งงาน แหวนหมั้น ต้องมา ‘อนันทา’ เป็นจุดเริ่มที่สร้างชื่อกระจายวงกว้างมากขึ้น มีการนัดหมายเพื่อมาดูจิวเวลรีที่ร้าน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีลูกค้าแวะเวียนมาเต็มร้าน” คุณวินเล่าย้อนถึงวันลุยธุรกิจเต็มตัว ซึ่งปัจจุบัน แหวนเพชรเม็ดเดี่ยว ราคา 30,000 บาท ยังคงเป็นสินค้าขายดี ฐานลูกค้าขยายวงกว้างตามความตั้งใจ นอกจากกลุ่มไฮเอนด์แล้ว ลูกค้าทั่วไปรวมถึงกลุ่มวัยรุ่นไม่กลัวที่จะเดินเข้ามาหา

แต่กว่าจะมาเป็นอนันทาในทุกวันนี้ คุณวินต้องคุยกับพ่ออยู่พอสมควร ต้องทำให้เห็นเป็นเครื่องพิสูจน์ก่อนว่าทำได้จริง ด้วยงบจำนวนหนึ่งจากพ่อทำแผนให้ดูว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ปัจจุบันบริหารบริษัทโดยรุ่นคุณวิน อายุเฉลี่ยคนทำงานในบริษัทอยู่ในวัย 27 ปี ถือเป็นบริษัทที่กลุ่มวัยรุ่นร่วมกันบริหาร แต่รุ่นพ่อก็ยังคงมีอยู่ “พนักงานรุ่นคุณพ่ออาจมีจุดด้อยเรื่องการปรับวิธีคิด การใช้เทคโนโลยีต่างๆ อาจจะช้า หรือมีขีดจำกัด ผมจะไม่กดดัน เพราะทุกคนทุกวัยมี Limit มี Skill ต่างกัน บางเรื่องเด็กรุ่นใหม่สู้คนรุ่นเก่าไม่ได้ เช่น วิธีการขาย วิธีการมองคน ที่สำคัญคือความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้า ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับร้านเพชร เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมา ก็จะให้คนรุ่นพ่อมาเป็นครูช่วยฝึกสอนให้เด็กรุ่นใหม่ ดังนั้น 5 สาขารวมถึงออนไลน์ จะมีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ก มาช่วยเติมเต็มในส่วนที่ยังขาดความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน”

ถามถึงชื่อร้านทำไมต้องเปลี่ยน คุณวินบอกว่าชื่อเดิมตั้งพ้องกับห้าง การทำตลาดจะยากเพราะไม่มีความหมาย ไม่มี Story เลยนึกถึงสโลแกนของเพชร “Diamond a Forever” บังเอิญแม่ชื่อ “นัน” พ่อชื่อ “ทา” ในภาษาสันสกฤต คำว่า “อนันต” แปลว่า Forever หรือนิรันดร์ เมื่อนำอักษรแรกของร้าน คือ A (อัมรินทร์) รวมกับชื่อแม่และพ่อ จึงเป็น “อนันทา” โลโก้ร้านจึงใช้สัญลักษณ์ Infinite

ร้านจิวเวลรีจากรุ่นพ่อมาสู่รุ่นลูก มีอายุเดินทางมากกว่า 50 ปี เส้นทางจากนี้สู่อนาคตจะไปทางไหน ซีอีโออนันทาบอกว่า ไม่ได้รีบร้อน ขอค่อยๆ โตตามจังหวะเวลา ทำให้ดีที่สุดใน กทม.ก่อน แล้วขยายไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศต่อไป ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันแม้เศรษฐกิจทั่วโลกไม่สดใส กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค แต่อนันทาถือว่าได้รับผลกระทบน้อยมาก ส่วนใหญ่อาจมองว่าสินค้าฟุ่มเฟือยจะกระทบก่อน แต่ส่วนตัวคิดว่าแบรนด์อนันทาได้อยู่ในใจลูกค้าบางกลุ่มที่พร้อมจะซื้อ เหมือนตลาดลักชัวรี่ ตลาดแบรนด์เนม ไม่ได้ถูกตีมูลค่าว่าสินค้าชิ้นนั้นแพงหรือถูก

“ถ้าสินค้านั้นให้คุณค่าทางจิตใจ สามารถอธิบายได้ว่าคุณค่าของเพชรคือคุณค่าทางจิตใจ เก็บไว้เป็นรางวัลชีวิตให้ตัวเอง ถ้าลูกค้าเห็น Value เขาก็พร้อมจ่าย ถามว่าเส้นทางเติบโตของอนันทาจะไปทางไหน ผมไม่ได้มองว่าธุรกิจจะโตเท่าไร มองแค่ความสุขใน 2 ส่วนคือ มุมของผม อยากทำอะไรแล้วมีความสุข อยากสร้างแบรนด์ที่เกิด Value คือคุณค่า อีกส่วนคือ มุมของลูกค้า อยากสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้า ขอเป็นแบรนด์ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห้วงแห่งความสุขของลูกค้า นี่คือ Achievement (ความสำเร็จ) ของผม ทุกครั้งที่ลูกค้าเห็นสินค้าจากอนันทา จะนึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุขเช่น จี้หรือสร้อยชิ้นนี้ สามีซื้อให้ตอนครบรอบแต่งงาน”

แบรนด์ “อนันทา” จึงเป็นเหมือนดั่งชื่อ คือเพชรที่สร้างความสุขอันเป็นนิรันดร์