หน้าแรก เศรษฐกิจ กพช.จ่อถกอุ้ม...

กพช.จ่อถกอุ้มค่าไฟ ลุยมาตรการสู้วิกฤต ‘พลังงาน’ เข้มข้น

19.11.22 | 18:18 น.

กพช.จ่อถกอุ้มค่าไฟ ลุยมาตรการสู้วิกฤต ‘พลังงาน’ เข้มข้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการพลังงานในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565 ที่ชัดเจนอีกครั้ง รวมทั้งจะพิจารณาสถานการณ์แนวโน้มค่าไฟ หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น 3 กรณี ทำให้ค่าไฟจาก 4.72 บาทต่อหน่วย ปรับขึ้นเป็น 5.37-6.03 บาทต่อหน่วย

โดยเปิดรับฟังความเห็นถึงวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ โดยเบื้องต้นกระทรวงพลังงานจะเสนอ กพช.ดูแลค่าไฟให้ประชาชนแน่นอน เพราะจากมาตรการบริหารจัดการพลังงานในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565 ที่ กพช.อนุมัติไปก่อนหน้านี้จะมีมาตรการที่ลดพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลวและใช้น้ำมันแทน รวมทั้งเพิ่มโรงไฟฟ้าจากถ่านหินซึ่งเป็นเชื้อเพลิงราคาถูก และเพิ่มไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนด้วย รวมทั้งยังมีมาตรการประหยัด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนค่าไฟลดลงได้ แต่ต้องพิจารณาข้อมูลอีกครั้ง เนื่องจากเป็นการประเมินแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงอนาคต คือ เดือนมกราคม-เมษายน 2565 ซึ่งสถานการณ์ราคาพลังงานเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับข้อเรียกร้องเอกชนในการลดต้นทุนค่าไฟ อยากให้เข้าใจว่าค่าความพร้อมจ่าย หรือเอพี มีความจำเป็นเพราะโรงไฟฟ้าต้องพร้อมเดินเครื่องเข้าระบบตลอดเวลาจึงมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ส่วนสำรองไฟที่เพิ่มนั้นมาจากความต้องการใช้ไฟที่ลดลงมากช่วงโควิด หลังจากนี้เมื่อเศรษฐกิจกลับมาเติบโตการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นทำให้สำรองไฟลดลง ส่วนการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ในภาคธุรกิจและประชาชนนั้น รัฐบาลสนับสนุนอยู่แล้ว

ล่าสุดทั้งกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้ลดขั้นตอนระยะเวลาการขออนุญาตของโซลาร์หลังบ้านประชาชนเหลือ 30 วัน จากเดิม 90-135 วัน เพื่อส่งเสริมประชาชนให้ติดโซลาร์ลดต้นทุนค่าไฟ แต่การอนุญาตภาพรวมยังจำเป็นต้องมีหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบเพื่อพิจารณาด้านมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะตามมา

อ่านข่าวอื่น

Advertisement