หน้าแรก เศรษฐกิจ คาดเงินบาทเคล...

คาดเงินบาทเคลื่อนไหวฝั่งอ่อนค่า หลัง ตลาดผวาเฟดพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง

21.11.22 | 08:42 น.
แฟ้มภาพ

คาดเงินบาทเคลื่อนไหวฝั่งอ่อนค่า หลังตลาดผวาเฟดพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 35.73 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.45-36.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.65-35.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ประเมินว่ามีโอกาสผันผวนฝั่งอ่อนค่ามากขึ้น หากตลาดกลับมากังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกครั้ง นอกจากนี้ ควรจับตาแนวโน้มราคาทองคำ (ราคาทองคำย่อตัวลงแรง อาจส่งผลให้มีโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งเป็นแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท) รวมถึงควรติดตาม ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่อาจเห็นการขายทำกำไรสินทรัพย์ไทยมากขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ภาพเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หากจีดีพีไตรมาส 3/2565 ดีกว่าคาด และแรงขายเงินเหรียญสหรัฐของบรรดาผู้ส่งออกใกล้โซนแนวต้านแถว 36.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง

ในส่วนเงินเหรียญสหรัฐควรระมัดระวังความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ที่อาจหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ ซึ่งต้องรอติดตามรายงานการประชุมเฟดและถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐอาจมีไม่มากนัก หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรปออกมาดีกว่าคาดและหนุนให้เงินยูโร (EUR) แข็งค่าขึ้นได้

นอกจากนี้ สำหรับเศรษฐกิจไทยตลาดคาดว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังการเปิดประเทศอย่างเต็มที่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะหนุนให้ เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวถึง 4.5% เร่งขึ้นจากที่โต 2.5% ในไตรมาสที่ 2 ทำให้เศรษฐกิจไทยจะกลับไปสู่ระดับก่อนวิกฤตโควิดได้ภายในปีนี้ และหนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“ทั้งนี้ การค้าระหว่างประเทศของไทยอาจได้รับผลกระทบจากภาพเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยยอดการส่งออกอาจโตเพียง 5.5% ส่วนยอดการนำเข้ายังโตกว่า 10% ทำให้ดุลการค้าในเดือนตุลาคม อาจกลับมาขาดดุลถึง 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ”นายพูน กล่าว

Advertisement