หน้าแรก เศรษฐกิจ “จุรินทร์”ขอบ...

“จุรินทร์”ขอบคุณผลโพล พอใจ งานเจรจาการค้าเอเปค ยอมรับห่วงศก.โลกชะลอตัว (คลิป)

21.11.22 | 10:59 น.

“จุรินทร์”ขอบคุณผลโพล พอใจงานเจรจาการค้าเอเปค ยอมรับห่วงศก.โลกชะลอตัว

วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงประผลโพลที่ออกมาว่าประชาชนพอใจผลงานนายจุรินทร์ในช่วงเอเปคเป็นอย่างมาก นั้นว่า ช่วยให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ตนทำ ประชาชนเฝ้าดูอยู่และรับทราบ ความสำเร็จของเอเปคไม่ได้อยู่ที่ตนคนเดียว ท่านนายกฯมีบทบาทสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน เพื่อนข้าราชการทั้งหมด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณด้วย ตนเป็นฟันเฟืองหนึ่งเพราะเอเปคเริ่มต้นตั้งแต่การที่ตนทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าเอเปคในเดือนพฤษภาคมปีนี้มาก่อน ประสบความสำเร็จทำให้มีฉันทามติในการขับเคลื่อนเอเปคให้กลายเป็นเขตการค้าเสรี หรือ FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอนาคต จะมีส่วนช่วยสมาชิกทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ รวมทั้งประเทศไทย

ต่อไปส่งออกสินค้าไปยัง 20 เขตเศรษฐกิจที่เหลือ ภาษีเป็นศูนย์จะได้เปรียบ คนที่ไม่เป็นสมาชิกเอเปคได้เปรียบทางการตลาดเห็นผลชัดเจน พอมาช่วงเอเปคล่าสุดตอนประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เป็นประธานในที่ประชุมรัฐมนตรีการค้าเศรษฐกิจและรัฐมนตรีต่างประเทศเอเปคสะท้อนความสำเร็จอีกอันหนึ่ง นอกจากให้ความเห็นชอบการเป็น FTA เอเปค อีกระดับหนึ่งแล้ว ให้ความเห็นชอบการขับเคลื่อนเป้าหมายกรุงเทพฯที่ต้องการทำให้เศรษฐกิจของเอเปคเป็น BCG Model ซึ่งวันนี้เป็นของเอเปคไปแล้ว ถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จ

และที่สำคัญตนได้มีโอกาสใช้ช่วงจังหวะเวลาของการประชุมเอเปคเจรจา 2 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่นถือโอกาสฝากให้ญี่ปุ่นช่วยสนับสนุนให้ภูเก็ตมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialize Expo 2028 (งานศูนย์กลางด้านสุขภาพครบวงจร) ซึ่งรัฐมนตรีญี่ปุ่นรับไปประกอบการพิจารณารวมทั้งการเจรจากับประเทศอื่นๆ ด้วย และที่สำคัญกับสหรัฐ ซึ่งตนได้มีโอกาสผลักดันให้สหรัฐช่วยปลดประเทศไทยออกจากบัญชีประเทศจับตามอง (WL) ในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปได้ เพราะวันนี้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประเทศไทยถือว่าน้อยมาก พัฒนาไปในทิศทางที่ดี ถ้าเราสามารถปลดจากบัญชี WL จะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การค้า ความเชื่อมั่นการลงทุนของต่างประเทศจะดีขึ้นเป็นเงาตามตัว

Advertisement

นอกจากนั้น มีโอกาสเซ็น MOU กับออสเตรเลีย ความร่วมมือ 8 ด้าน จะช่วยให้ความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลียมีความผูกพันด้านการค้าการลงทุนและวิชาการอื่นๆ ร่วมกันต่อไป และเซ็น MOU กับจีนในเรื่องการพัฒนาอีคอมเมิร์ซร่วมกันเพราะแพลตฟอร์มจีนถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพทั่วโลก รวมทั้งจีนมีพัฒนาการด้านการค้าอิเล็กทรอนิกส์ อีคอมเมิร์ซไปไกลมาก การเซ็น MOU ร่วมกันจะเป็นประโยชน์กับการค้าออนไลน์ของผู้ค้าไทยและการส่งออกสินค้าออนไลน์ของไทยไปยังจีนและไปยังประเทศทั่วโลกด้วย นอกจากสร้างเงินให้กับคนไทยประเทศไทยในอนาคตแล้ว เป็นการสร้างอนาคตให้กับประเทศไทยด้วย เราดีใจที่ประชาชนเห็นสะท้อนผ่านโพลที่ออกมา ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ติดตามด้วย

“สำหรับประเทศไทย ผมคิดว่ายังเดินได้ เศรษฐกิจการส่งออกยังเป็นตัวขับเคลื่อน แม้บางช่วงจะบวกบ้างลบบ้างเป็นปรากฏการณ์ปกติ ขณะที่หลายประเทศในโลกลบติดกันเยอะ ตนมั่นใจว่าภาพรวมปีนี้ ตัวเลขยังเป็นบวกและคงเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ เมื่อเราได้การท่องเที่ยวมาเสริมจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อไปได้แต่อุปสรรคใหญ่คือภาพรวมเศรษฐกิจโลกแนวโน้มไม่ค่อยดี เราต้องยอมรับและเข้าใจตั้งแต่เบื้องต้น เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวปีที่แล้วเป็นบวกแต่ปีนี้เป็นบวกน้อยลง อาจบวก 3.2% เป็นสัญญาณว่าบวกน้อยกว่าปีที่แล้ว และปีหน้ามีแนวโน้มอาจจะบวกน้อยลงอีก จะเป็นความท้าทายที่เราต้องขับเคลื่อนฟันฝ่าไปให้ได้ โดยเฉพาะตัวเลขการท่องเที่ยวรวมทั้งการส่งออกด้วย ถ้าเราทำความเข้าใจเบื้องต้นจะได้จับมือกันให้แข็งแรง ตนพร้อมจับมือกับเอกชน กระทรวงพาณิชย์ไทยพร้อมช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรค ขณะที่โลกชะลอตัว เราพยายามฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ ตนยังมั่นใจว่าเราทำได้” นายจุรินทร์กล่าว