นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) เปิดเผยผลการออกและเสนอขายตราสารเงินกองทุนแก่ผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบันว่า ได้รับความสนใจมีการจองซื้อตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 หรือตราสารเงินกองทุนของธนาคาร อย่างล้นหลาม สามารถขายตราสารเงินกองทุนได้ตามเป้าหมาย 16,540 ล้านบาท
“กรุงศรี ขอขอบคุณผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบัน ที่ให้ความสนใจอย่างล้นหลาม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ลงทุนมีต่อธนาคาร ทั้งในแง่ของฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมถึงโอกาสในการเติบโตจากแผนการขยายธุรกิจของธนาคารในอนาคต”
ทั้งนี้ กรุงศรี ได้ดำเนินการออกและเสนอขาย “ตราสารเงินกองทุน” ของธนาคาร อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.30% ต่อปี ให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบัน ในระหว่างวันที่ 3-16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตราสารชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA(tha) โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 สะท้อนความแข็งแกร่งของธนาคาร ในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB)
“เรายังคงเดินหน้าในการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยนำความเชี่ยวชาญ รวมถึงองค์ความรู้จาก MUFG มาใช้ประโยชน์ และมุ่งส่งเสริมการทำธุรกิจด้าน ESG เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสนับสนุนลูกค้าในการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน กรุงศรี ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำนวัตกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีหลักให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและการลงทุนในด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ MUFG ในการเชื่อมโยงกับธนาคารพันธมิตรในอาเซียน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นผู้นำในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอัจฉริยะและแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ให้กับตลาดทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยต่อไป” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรุงศรี กล่าว

