หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ก.ล.ต.’เผยระ...

‘ก.ล.ต.’เผยระงับบริการ ‘เอเชีย เวลท์’ กระทบลูกค้า 5 พันราย จี้ส่งแผนแก้ปัญหา 13 ธ.ค.

22.11.22 | 18:56 น.

‘ก.ล.ต.’เผยระงับบริการ ‘เอเชีย เวลท์’ กระทบลูกค้า 5 พันราย จี้ส่งแผนแก้ปัญหา 13 ธ.ค.

นายเอนก อยู่ยืน ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากกรณีบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (เอ็นซี) ได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีเงินกองทุนต่ำกว่า 0 ติดต่อกันเกิน 5 วันทำการ ก.ล.ต.จึงมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภท และโอนทรัพย์สินลูกค้าไปยังผู้ประกอบการรายอื่นนั้น ขณะนี้จากข้อมูลลูกค้าของเอเชีย เวลท์ มีจำนวน 5,300 ราย มีเงินสดฝากไว้ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทต้องดำเนินการโอนย้านสินทรัพย์ให้ลูกค้าไปยังบริษัทหลักทรัพย์อื่นตามความต้องการ ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ขนาดเล็กอื่นๆ นั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า หลักทรัพย์อื่นๆ มีปัญหาด้านสถานะทางการเงิน

นายเอนกกล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่บริษัทนำเงินของลูกค้าไปใช้แบบไม่ชอบนั้น โดยเบื้องต้นพบว่า บริษัทได้แจ้งข้อมูลถึงการดำเนินคืนเงินลูกค้าที่นำไปใช้ครบถ้วนแล้ว ซึ่งส่วนนี้ ก.ล.ต.จะต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยบริษัทยังมีตัวสินทรัพย์อีกหลายประเภทที่สามารถนำมาใช้ขายเพื่อชำระเงินคืนลูกค้าได้ แต่คาดว่าบริษัทคงอยู่ในระหว่างการบริหารจัดการต่อไป ซึ่งตรงนี้เราจะปล่อยให้บริษัทพิจารณาดำเนินการก่อนว่า วิธีการใดที่เหมาะสมกับบริษัทมากที่สุด อาทิ การแก้ปัญหาไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ อาจเป็นการเพิ่มทุนใส่เข้ามาในบริษัท หรือการจำหน่ายทรัพย์พอร์ตลงทุนของบริษัท รวมถึงการออกหุ้นกู้ หรือหนี้ด้อยสิทธิต่างๆ

“หากบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาได้ตามข้อกำหนดที่วางไว้แล้ว การจะกลับมาดำเนินธุรกิจใหม่อีกครั้ง ก.ล.ต.จะต้องเข้าไปตรวจสอบความพร้อมต่างๆ ว่า บริษัทมีความพร้อมมากน้อยอย่างไร ในการกลับมาประกอบธุรกิจ ซึ่งหลักการพิจารณาจะเทียบเท่าบริษัทหลักทรัพย์ที่จะเริ่มประกอบธุรกิจใหม่อีกครั้งหนึ่ง” นายเอนก กล่าว

ด้านนางสาวจอมขวัญ คงสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายระดมทุน กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นต้องแย่งเป็น 2 เรื่อง คือ 1.การนำทรัพย์สินของลูกค้าไปใช้ และ 2.ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ ซึ่งในแง่แนวทางการกำกับดูแลจะต้องประมวลสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่า มีช่องโหว่ที่ใดบ้าง จากนั้นจะทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออุดรูรั่วเหล่านั้น ทั้งเครื่องมือในแง่กฎเกณฑ์ และการดูแลตัวเองของโบรกเกอร์ต่างๆ โดยปัญหาการไม่สามารถไม่สามารถดำรงเงินกองทุนของบริษัท ก็มีสาเหตุมาจากธุรกรรมการซื้อขายหุ้นมอร์ ที่ลูกค้าผิดนัดชำระเงินกับบริษัท ทำให้ต้องนำสินทรัพย์สภาพคล่องของบริษัทไปชำระแทนบางส่วนด้วย

นางสาวจอมขวัญกล่าวว่า ไทม์ไลน์การดำเนินการของบริษัท คือ บริษัทมีเงินกองทุนต่ำกว่า 0 ติดต่อกันเกิน 5 วัน ทำให้ต้องระงับการประกอบธุรกิจทั้งหมด และต้องโอนทรัพย์สินลูกค้า ภายใน 10 วันทำการ หรือภายในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ จากนั้นบริษัทต้องเสนอแผนการแก้ไขเงินกองทุนต่ำภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ โดยบริษัทจะมีเวลา 90 วัน ดำเนินการตามแผนที่เสนอ เพื่อกลับมาดำรงเงินกองทุนได้อีกครั้ง หรือมีเวลาถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ระหว่างที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็จะถูกระงับการประกอบธุรกิจชั่วคราวไว้ก่อน ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ปิดตัวลง แต่เป็นการล้างสถานะเท่านั้น

Advertisement