หน้าแรก เศรษฐกิจ คนไทยยังมีกำล...

คนไทยยังมีกำลัง ช้อปรถใหม่ 10 เดือน เฉียด 7 แสนคัน พุ่ง 17%

24.11.22 | 14:26 น.

คนไทยยังมีกำลัง ช้อปรถใหม่ 10 เดือน เฉียด 7 แสนคัน พุ่ง 17%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงยอดการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนตุลาคม 2565 ดังต่อไปนี้

  • การผลิต

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนตุลาคม 2565 มีทั้งสิ้น 170,717 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 10.83% จากการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 9.75% เพราะได้รับชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งบางรุ่น ทำให้ผลิตเพื่อส่งออกมีสัดส่วนถึง 57.13% ของยอดผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากตุลาคมปีที่แล้ว 12.31% แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ที่ 4.75%

โดยจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,534,754 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 12.36%

รถยนต์นั่ง เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ 59,406 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 6.60%

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มีจำนวน 476,547 คัน มีสัดส่วน 31.05% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 3.45%

Advertisement

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนตุลาคม 2565 ผลิต 21 คัน ซึ่งไม่มีการผลิตในเดือนตุลาคม 2564 แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 35 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 20.69%

รถยนต์บรรทุก เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 111,290 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 13.20% และตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 1,058,172 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 21.29%

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 108,003 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 13.88% และตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 1,023,502 คัน มีสัดส่วนที่ 66.69% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 21.22% โดยแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 248,419 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 16.23%

รถกระบะดับเบิลแค็บ 648,788 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 22.65%

รถกระบะ PPV 126,295 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 24.27%

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน-มากกว่า 10 ตัน เดือนตุลาคม 2565 ผลิตได้ 3,287 คัน ลดลงจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 5.27% รวมเดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ผลิตได้ 34,670 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 23.55%

  • ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนตุลาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 64,618 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 0.24% เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศจากผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเข้าประเทศสะดวกขึ้น ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คนมีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้นรวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน การส่งออกยังคงเติบโต การประกันรายได้เกษตรกร การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการออกรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ที่ 12.86%

ตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 รถยนต์มียอดขาย 698,305 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน 17.09% ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,496,591 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 13.68%

  • การส่งออก

รถยนต์สำเร็จรูป เดือนตุลาคม 2565 ส่งออกได้ 94,228 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 15.51% เพิ่มขึ้นจากการส่งออกรถยนต์นั่ง รถ PPV และรถกระบะ เพิ่มขึ้น 14.64% 62.20% และ 10.17% ตามลำดับจากการได้รับชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งและรถ PPV บางรุ่น จึงส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และตลาดแอฟริกา แต่ลดลงจากเดือนกันยายน 2565 ที่ 6.14% และมีมูลค่าการส่งออก 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2565 ที่ 18.91%

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนตุลาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2564 ที่ 18.91%

เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 800,672 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน 5.48% และมีมูลค่าการส่งออก 497,282.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 12.40%

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 727,468.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-ตุลาคม 2564 ที่ 9.60%