กสทช.ไฟเขียว กล่องทีวีอินเตอร์เน็ต IPTV ดูสดบอลโลกได้ ตามกฎ Must Carry
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ส่งจดหมายถึงผู้ให้บริการ IPTV อาทิ 3BB, NT, AIS เพื่อให้ผู้ให้บริการกล่องทีวีอินเตอร์เน็ต IPTV ทั้ง AIS PLAYBOX, 3BB TV, NT TOT IPTV ดูบอลโลกได้แล้ว ตามกฎ Must Carry ตามข้อ 6
ทั้งนี้ กสทช.ส่งหนังสือถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปกรณีถ่ายทอดสดรายการฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2022
ข้อความว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงบริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด แจ้งว่า ได้รับหนังสือจากบริษัท ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด (รวมเรียกว่า “กลุ่มทรู”) แจ้งให้บริษัททราบถึงสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย โดยไม่ละเมิดสิทธิของกลุ่มทรู เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา จากกรณีดังกล่าว บริษัทจึงขอให้ กสทช. ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรทัศน์ ได้โปรดใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด และพิจารณาด้วยว่าบริษัทยังคงเผยแพร่การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่มีการออกอากาศโดยให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปผ่านทางโครงข่าวบรอดแบนด์ และโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาตจาก กสทช.ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตการประกอบกิจการกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ ได้ตามกฎระเบียบของ กสทช.ได้เช่นเดิมหรือไม่ อย่างไร
สำนักงาน กสทช.ขอเรียนว่า ที่ประชุม กสทช.เมื่อวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน มีมติเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติตามประกาศของ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป ดังนี้
1.ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเสียง หรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่าวกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อ 6 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป
2.ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเสียง หรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ และควบคุมการออกอากาศการให้บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปให้ออกอากาศเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
ดังนั้น บริษัท ในฐานะผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเสียง หรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการโครงข่ายกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อ 1 และ 2 โดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวมติชนสอบถามไปยัง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้รับการยืนยันว่า ในหลักการของ กสทช.ประชาชนทุกคนต้องได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกอย่างทั่วถึงทุกช่องทาง ตามกฎมัสต์แครี่ ซึ่ง กสทช.ไม่ทราบว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยเซ็นสัญญากับเจ้าของลิขสิทธิ์ไว้อย่างไร แต่ กสทช.ต้องดำเนินการตามหน้าที่ คือให้คนไทยได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก โดยได้ส่งหนังสือไปยัง 3 บริษัท ซึ่งกล่องของทั้ง 3 บริษัทต้องได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และให้มีผลในทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า 3 บริษัทไม่ปฏิบัติตามหนังสือที่ได้แจ้งไปจะทำอย่างไร นายไตรรัตน์กล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปถาม กกท.ว่าเซ็นสัญญากับเอเยนต์ของฟีฟ่าไว้ว่าอย่างไร ต้องเอาสัญญามากางดูกัน






