เงินบาทเปิดคงที่ 35.75 จับตาชะลอแข็งค่า จากลงทุนต่างชาติขายทำกำไร
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.65-35.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท มองว่าค่าเงินบาทยังคงได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด นอกจากนี้ หากราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ ก็อาจมีโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำมากขึ้นและหนุนให้เงินบาทแข็งค่าได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ประเมินว่า การแข็งค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงได้บ้าง จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งในสัปดาห์นี้เห็นสัญญาณนักลงทุนต่างชาติเริ่มขายทำกำไรหุ้นไทยบ้าง และเห็นแรงขายทำกำไรการลงทุนในบอนด์ไทย โดยเฉพาะบอนด์ระยะสั้นที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ บรรดาผู้นำเข้าอาจเริ่มทยอยเข้ามาซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือน ทำให้ประเมินว่าการแข็งค่าของเงินบาทอาจอยู่ในโซนแนวรับ 35.50-35.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
สำหรับตลาดค่าเงิน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลแนวโน้มการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้น ยังคงกดดันให้ เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 105.8 จุด เข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญแถว 105 จุด อีกครั้ง ซึ่งในเชิงเทคนิคัล ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ดัชนีเงินเหรียญสหรัฐจะสามารถทรงตัวเหนือโซนแนวรับได้หรือไม่ เพราะหากเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงหลุดจากโซนแนวรับดังกล่าว ก็อาจคอนเฟิร์มแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อเนื่องในระยะสั้นได้
นอกจากนี้ หากมุมมองของผู้เล่นในตลาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงและเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่องได้จริง ก็มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) ปรับตัวขึ้นทดสอบโซนแนวต้านแถว 1,800 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ได้เช่นกัน ซึ่งมองว่าในกรณีดังกล่าว อาจมีผู้เล่นบางส่วนทยอยขายทำกำไรทองคำได้ และโฟลว์ขายทำกำไรทองคำดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาท
“สำหรับวันนี้ ปริมาณธุรกรรมในตลาดอาจมีไม่มากนัก เนื่องจากตลาดการเงินฝั่งสหรัฐจะเปิดทำการซื้อขายเพียงครึ่งวัน ประเมินว่าผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังความผันผวนในตลาดการเงินในช่วงที่ปริมาณธุรกรรมอาจเบาบางลงในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ของฝั่งสหรัฐ”นายพูน กล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- ไฟเขียว “ดิษทัต ปันยารชุน” ซีอีโอ OR
-
รบ.จ่ายประกันรายได้ข้าวงวดแรก 8 แสนครัวเรือน ‘จุรินทร์’ แย้มมัน-ปาล์ม-ข้าวโพด-ยาง คิวต่อไป

