“ผู้ว่าแบงก์ชาติ” ชี้ไทยเผชิญความเสี่ยงอากาศเปลี่ยน แนะธุรกิจตั้งรับ-หนุนออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินสีเขียว
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2022 หัวข้อ ทางออกประเทศไทย : ก้าวข้ามความเสี่ยงสู่เศรษฐกิจยั่งยืน ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยสูงขึ้นอย่างมาก
ทั้งจาก 1.ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นรุนแรง และเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในอดีต 2.ความเสี่ยงเปลี่ยนผ่าน (transition risk) ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งนักลงทุน ผู้บริโภค รวมถึงนโยบายภาครัฐโดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีความตื่นตัวและความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (mitigation) มากขึ้น
ดังนั้น โจทย์ของไทยคือทำอย่างไรให้การเปลี่ยนผ่านมีอุปสรรคและต้นทุนน้อยที่สุด และไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง (least-disruptive transition) เพราะการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นไม่มีต้นทุนและอุปสรรคเลยคงเป็นไปได้ยากในโลกแห่งความเป็นจริง
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า สำหรับภาคการเงินในฐานะผู้จัดสรรเงินทุนจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งควรเริ่มจากไม่ให้การเปลี่ยนผ่านไปรบกวน 4 มิตินี้ ได้แก่ มิติ 1.ความมั่งคั่ง ไม่ควรบบังคับใช้กฎหมายหรือมาตรการทางสิ่งแวดล้อมเร็วจนภาคธุรกิจปรับตัวไม่ทัน
มิติที่ 2.ความยืดหยุ่น ต้องเปลี่ยนผ่านกับผู้ประกอบการที่พร้อม มีเงินทุนสำรองเป็นกันชน เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนที่ปล่อยออกไปกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) มิติที่ 3.ความยั่งยืน โดยภาคธุรกิจต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวนมาก
ควรจัดเป็นงบประมาณประจำเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ทำตามเทรนด์ในระยะสั้นแต่ต้องทำตลอดไป และมิติที่ 4.ต้องเปลี่ยนผ่านโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (มากจนเกินไป) เพราะการเปลี่ยนผ่านมักจะมีผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ปรับตัวไม่ทันเสมอ
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า โดยบทบาทของภาคการเงิน ในการปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมต้องสนับสนุนเรื่องการออกผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับเทรนด์สิ่งแวดล้อม
โดยสถาบันการเงินชั้นนำทั่วโลกได้ออกผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม (green financial products and services) ที่หลากหลาย อาทิ Green bonds หรือ green project finance สำหรับโครงการใหญ่ๆ ที่สนับสนุน low-carbon economy
Green deposit ที่ earmark กับการปล่อยสินเชื่อให้กับกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการจัดการของเสียของกิจการไปจนถึงเกษตรกรรมยั่งยืน Green mortgage ที่ให้ดอกเบี้ยในอัตราพิเศษสำหรับที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน เป็นต้น
ขณะที่ ประเทศไทยผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมยังมีไม่มากและค่อนข้างจำกัดอยู่ในบางอุตสาหกรรมและกิจการขนาดใหญ่ เนื่องจากสินเชื่อส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมพลังงาน ครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ยังมีปัญหาในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า บทบาทของ ธปท.มีบทบาทในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุดไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยผ่านระบบการเงินและสถาบันการเงินภายใต้การกำกับ โดย ธปท. อยู่ระหว่างพัฒนาคู่มือแนวปฏิบัติของภาคสถาบันการเงิน (industry handbook)
ซึ่งภายในจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมการกำหนดมาตรฐาน Green Economy แบ่งตามประเภทธุรกิจ เช่น ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยจะแบ่งออกเป็นเทียร์ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจ คาดว่าจะเริ่มจำแนกแต่ละประเภทธุรกิจได้แล้วเสร็จ (Taxonomy) ภายในปี 2566

