หน้าแรก เศรษฐกิจ ความท้าทายของ...

ความท้าทายของการบริหาร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ามกลางวิกฤต โดย เศรษฐา ทวีสิน

28.11.22 | 11:00 น.
ความท้าทายของการบริหาร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ามกลางวิกฤต

ความท้าทายของการบริหาร
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ามกลางวิกฤต

วันก่อนได้มีโอกาสขึ้นเวทีสัมมนาใหญ่พร้อมกับผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 ท่าน ซึ่งทุกคนโดนตั้งคำถามว่าประเทศไทยอยู่บนปากเหวหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ จะมีทางแก้ไขอย่างไร แล้วอนาคตจะไปทางไหน

คำถามเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจนี้ต้องบอกว่าจะวนเวียนมาตามวัฏจักรเวลาที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงและความลื่นไหลของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองทั้งระดับในประเทศและระดับโลก และในฐานะของผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจมานาน ผมเองก็ผ่านประสบการณ์วิกฤตต่างๆ มาบ้างและเชื่อว่า “ผู้นำ” หลายท่านก็ต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยไปกว่าผม

มุมมองหนึ่งที่ผมได้นำเสนอบนเวทีคือเรื่องของ “คนตัวใหญ่ต้องช่วยเหลือคนตัวเล็ก” เพราะผมเชื่อว่าถ้าหากเราทุกคนมัวแต่คิดถึง “ตัวเอง” ในสถานการณ์วิกฤต ไม่มองภาพรวมและไม่สนใจว่าทางรอดของเราจะส่งผลกระทบต่อคนอื่นหรือไม่ สุดท้ายหลังวิกฤตจบลง สังคมจะไม่มีความยั่งยืนและเป็นสังคมที่ผู้ที่มีความเปราะบางยากที่จะอยู่ได้

Advertisement

ถ้าจะยกประสบการณ์ตัวเอง องค์ประกอบหนึ่งที่ “ผู้นำ” องค์กรธุรกิจจะต้องนำมาพิจารณาทิศทางการดำเนินธุรกิจก็คือการบริหารจัดการ “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น หรือสังคมรอบตัว ผมถือเป็นศาสตร์ผสมศิลป์ที่จะเรียนรู้ได้ก็จากประสบการณ์จริง ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียนที่ไหน เพราะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละฝั่งก็มีความคาดหวังจากองค์กรต่างกันไป ซึ่งในโลกความจริง ไม่มีหรอกครับที่เราจะสามารถสร้างสมดุลความพึงพอใจให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่หน้าที่ของผู้นำที่ดีคือต้องสามารถอธิบายให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ภาพรวม ผล
กระทบระยะสั้น ระยะยาว รวมทั้งให้ความหวังและแรงบันดาลใจกับทุกฝ่ายได้ชัดเจน

ต้องบอกว่าการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสถานการณ์ปกตินี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ แล้วลองจินตนาการดูว่าในสถานการณ์วิกฤตภาระอันหนักอึ้งนี้จะยากขนาดไหน

อย่างสมัยวิกฤตต้มยำกุ้ง ถือว่าเป็นประสบการณ์สำคัญที่ผมเชื่อว่าช่วยให้ผู้นำหลายคนได้เรียนรู้การแก้ปัญหาใหญ่แบบที่นานๆ จะเจอกันสักที ในฐานะผู้นำองค์กร เราต้องลงรายละเอียดเองทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ การนำส่งสินค้าและบริการให้ได้ตามมาตรฐาน ในขณะเดียวกันเมื่อมีแรงกดดันที่ต้องนำกระแสเงินสดเข้ามาอย่างรวดเร็วมีความจำเป็นต้องขายโครงการในราคาที่ปรับลดใหม่เพื่อให้ขายให้ได้ ลูกค้าที่ซื้อไปก่อนหน้านั้นแน่นอนย่อมไม่เห็นด้วย แต่เราก็ต้องอธิบายว่าถ้าหากกระแสเงินสดไม่มี บริษัทล้มไป สุดท้ายลูกค้าก็จะไม่ได้สินค้าและบริการอย่างที่เราสัญญาเอาไว้ พร้อมๆ กันนั้นก็ต้องปรับลดทุกอย่างในองค์กร รวมทั้งการเดินสายอธิบายกับนายธนาคารต่างๆ ถึงสถานการณ์และทางแก้ไขด้วยตัวเอง เพราะเราก็มีความรับผิดชอบในฐานะลูกหนี้ที่ดีของสถาบันการเงิน ซึ่งมีหน้าที่ต้องช่วยกันประคองไม่ให้ระบบการเงินการธนาคารดิ่งเหวไปมากกว่านั้น

ส่วนในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา โชคดีที่เรามองสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าและมีการปรับแผนธุรกิจอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของตลาด ดังนั้น ในเรื่องของการทำธุรกรรมค้าขายเราสามารถประคองไปได้ไม่ยาก อีกทั้งยังสามารถจัดหาวัคซีนให้พนักงาน คู่ค้า และผู้ที่เข้าไม่ถึงวัคซีนในชุมชนต่างๆ ได้บ้าง แต่เมื่อมองรอบๆ ตัวจะเห็นว่าปัญหาเรื่องของความเท่าเทียมและเสมอภาคในสังคมถูกฉายภาพให้เห็นชัดเจนมากขึ้น เรามองเห็นภาพการฟื้นตัวรูปตัว K (K-shaped recovery) ที่เกิดขึ้นจริง ผู้ที่มีความเปราะบางทางสังคมคือกลุ่มคนที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนและร่วมมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยงหรือหลุดจากระบบการศึกษา ดึงนักลงทุนมามีส่วนร่วมผ่านการออกหุ้นกู้ ให้เขารับทราบปัญหานี้ด้วยกัน ในขณะที่เราก็ต้องอธิบายกับพนักงานและผู้ถือหุ้นว่ากำไรบางส่วนจะถูกนำมาช่วยเหลือเด็กที่มีความเปราะบางเหล่านี้

ที่ผมยกตัวอย่าง 2 วิกฤตนี้ขึ้นมาไม่ใช่จะบอกว่าเราเองแก้ปัญหาได้ดีกว่าคนอื่น แต่ผมพยายามถอดบทเรียนและสื่อว่าการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะช่วงวิกฤตเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะสุดท้ายแล้วจะต้องมีฝ่ายที่ “เสียสละ” เพื่อให้องคาพยพของสังคมเดินหน้าต่อไปได้ สอดคล้องกับที่ผมพูดว่า “คนตัวใหญ่ต้องช่วยเหลือคนตัวเล็ก”

ถ้าจะตอบคำถามจากบนเวทีสัมมนาที่ผมกล่าวไว้ตอนต้น ก็ต้องบอกว่าปัจจัยหนึ่งที่จะนำพาประเทศไทยพ้นปากเหวได้คือผู้นำประเทศ จะต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่อาจจะไม่ถูกใจ “ผู้ที่ต้องเสียสละ” เพื่อสร้างกลไกที่สนับสนุน “ผู้ที่เปราะบาง” อย่างยั่งยืน ซึ่งผมได้เคยพูดไปแล้วในหลายเวทีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกินรวบทางธุรกิจ ภาษีความมั่งคั่ง ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็ต้องอธิบายให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเข้าใจถึงเหตุและผลของการตัดสินใจดังกล่าว พร้อมกับสร้างความหวังให้กับทุกฝ่ายว่าเป้าหมายสุดท้ายคือการนำพาประเทศไทยและทุกคนพ้นปากเหวจากวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันโดยที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

#Thailand #ThisIsOurFuture