เงินบาทอ่อนค่า จ่อทะลุ 36 หลังโควิดในจีนระบาด กดดันสกุลเงินฝั่งเอเชียยวบ
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 35.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.50-36.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.80-36.05 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดโดยรวมจะเปิดรับความเสี่ยง หลังผู้เล่นในตลาดคลายกังวลการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่สถานการณ์โควิดในจีนที่น่ากังวลได้เริ่มกลับมากดดันสินทรัพย์ฝั่งเอเชียมากขึ้น
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ประเมินว่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนฝั่งอ่อนค่าตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ และควรระวังสถานการณ์การระบาดของโควิดในจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอาจส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดทยอยลดสถานะการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และสกุลเงินฝั่งเอเชียในระยะสั้น (เงินหยวนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทถึง 79%) และเลือกที่จะถือเงินเหรียญสหรัฐเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
ส่วนเงินเหรียญสหรัฐมองว่าสามารถแข็งค่าขึ้นได้ ในกรณีที่ตลาดการเงินพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หากประธานเฟดย้ำจุดยืนเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเฟดควรชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย นอกจากนี้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาดไปมากก็อาจยิ่งหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นได้
“ในสัปดาห์นี้ มองว่าควรจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะประธานเฟด และรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้ถึงระดับใด”นายพูน กล่าว
นายพูน กล่าวว่า ขณะที่เศรษฐกิจไทย ตลาดคาดว่าการค้าระหว่างประเทศของไทยอาจได้รับผลกระทบจากภาพเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยยอดการส่งออก (Exports) อาจโตเพียง 5.5% ส่วนยอดการนำเข้า (Imports) ยังโตกว่า 10% ทำให้ดุลการค้า (Trade Balance) ในเดือนตุลาคม อาจกลับมาขาดดุลถึง 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ แรงกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกชะลอลงและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนซบเซาจะส่งผลให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทยขยายตัวในอัตราชะลอลง
โดยดัชนีภาคการผลิตและการบริการ (PMI) ในเดือนพฤศจิกายน อาจปรับตัวลดลงสู่ระดับ 51 จุด มองว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ไม่ได้รุนแรงมาก เช่น ในฝั่งสหรัฐ หรือยุโรป จะทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25%
ทั้งนี้ มองว่าควรติดตามคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2566 รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ กนง. กังวล เพื่อประเมินแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของไทย โดยล่าสุด มองว่า กนง. จะสามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ถึงระดับ 2.00% ในกลางปี 2566
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- เช็กเลย!! เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ วันนี้
-
ชาวนาตาไม่ดี วอนสาวช่วยกดเงินประกันราคาข้าว โดนเชิดเกลี้ยงบัญชี

