บาทอ่อนค่าแตะระดับ 35.75 ผลพวงจากการประท้วงคุมโควิดในจีน

แฟ้มภาพ

บาทอ่อนค่าแตะระดับ 35.75 ผลพวงจากการประท้วงสถานการณ์โควิดในจีน

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 35.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 35.54 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.65-35.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทมองว่าค่าเงินบาทผันผวนอย่างเห็นได้ชัดจากประเด็นสถานการณ์การระบาดของโควิดและการประท้วงในจีน ทำให้มองว่าแรงกดดันฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ในระยะสั้น หากบรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงต่อไป นอกจากนี้ โฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวก็มีส่วนที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำถึง 88%

อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่าหนักมากจนทะลุโซนแนวต้านแถว 36.00-36.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ง่ายนัก เนื่องจากบรรดานักลงทุนต่างชาติไม่ได้เทขายทำกำไรสินทรัพย์ไทยอย่างที่คาดการณ์ไว้ กลับกันบรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดยังได้หนุนให้ผู้เล่นต่างชาติบางส่วนเดินหน้าซื้อบอนด์ระยะยาวของไทยเพิ่มเติมในวันก่อนหน้า (ยอดซื้อสุทธิบอนด์ระยะยาว 1.5 พันล้านบาท)

“ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับเปลี่ยนสถานะถือครองที่ชัดเจน เพื่อรอลุ้นถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ ซึ่งมองว่าอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดการเงินมีการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้นได้” นายพูนกล่าว

Advertisement

นายพูนกล่าวว่า ในฝั่งตลาดค่าเงิน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้หนุนให้ผู้เล่นในตลาดต่างเลือกที่จะถือเงินเหรียญสหรัฐเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะสั้น ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 106.6 จุด

ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐได้กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงสู่ระดับ 1,740 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งมองว่าการปรับตัวลงของราคาทองคำใกล้โซนแนวรับดังกล่าวอาจส่งผลให้มีโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวของผู้เล่นในตลาดก็มีส่วนช่วยหนุนการอ่อนค่าของเงินบาทได้

นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการระบาดโควิดและการประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมการระบาดในจีน จุดที่น่าสนใจคือท่าทีของรัฐบาล ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าหากรุนแรงมากขึ้น รัฐอาจส่งสัญญาณโดยการผ่อนคลายมาตรการโควิดเป็นศูนย์ อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดภายในต้นปี 2566

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงกังวลว่าสถานการณ์การระบาดที่ยังคงน่ากังวลและอัตราการฉีดวัคซีนในจีนที่ไม่สูงมากนักส่วนใหญ่เป็นวัคซีนเชื้อตาย อาจทำให้การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้สถานการณ์การระบาดในจีนเลวร้ายลงได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image