เปิดพิมพ์เขียวพลิกโฉม “มักกะสัน” CP ทุ่มแสนล้านปั้นมิกซ์ยูส ศูนย์กลางธุรกิจ เกตเวย์ EEC
นับจากวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ที่บริษัท บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือกลุ่มซีพี สะบัดปากกาลงนามในสัญญารับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ) ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 2.24 แสนล้านบาท อีกหนึ่งเมกะโปรเจ็กต์จะเป็นแม่เหล็กดูดนักลงทุนลงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หลังการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เคลียร์การส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนคู่สัญญาแล้ว ในปี 2566 ถ้าไม่มีอะไรพลิก จะได้เห็นการตอกเข็มนับหนึ่งโครงการ หลังรอมานานร่วม 3 ปี
นอกจากจากการเดินหน้าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายที่ 2 ของประเทศไทยที่กำลังนับถอยหลังเดินเครื่องแล้ว
อีกไฮไลต์ของโครงการ คือ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือ TOD ที่ “สถานีมักกะสัน” กลุ่มซีพีได้สิทธิการพัฒนา 50 ปี เพื่อสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งอยู่ในความสนใจจากนักลงทุนและนักพัฒนา อยากจะยลโฉมโมเดลการพัฒนา ซึ่งว่ากันว่าใช้เงินลงทุนระดับแสนล้านเนรมิต
สำหรับ “สถานีมักกะสัน” กลุ่มซีพีจะได้พื้นที่ด้านหน้าสถานีมักกะสัน ประมาณ 140 ไร่ พัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานี ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบและวางผังการพัฒนาพื้นที่
โดยจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ระดับโลก มีพื้นที่พาณิชยกรรม โรงแรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน มูลค่านับแสนล้านบาท
วางเป้าหมายให้เป็นเมืองอัจฉริยะ และอาคารสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศไทย และเป็นเกตเวย์ของอีอีซี และกรุงเทพมหานคร มีรถไฟความเร็วสูงเป็นตัวเชื่อมเมืองและการเดินทาง

ความคืบหน้าของโครงการ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) ยกร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ : รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน(บริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงมักกะสัน)พ.ศ. …. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565
เพื่อให้กลุ่มซีพี ใช้เป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณพื้นที่รอบสถานี ส่งเสริมการพัฒนเมืองอัจฉริยะและสภาพแวดล้อมที่ดีบริเวณพื้นที่รอบสถานี และให้เป็นไปตามแผนผังและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินท้ายประกาศนี้ ให้ “สถานีมักกะสัน” เป็น “ศูนย์กลางธุรกิจแห่งมหานคร”
พลิกดูรายละเอียดแผนผังและข้อกำหนด อาทิ ให้ดำเนินการเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยมีลักษณะของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะตามที่ คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประกาศกําหนด เช่น สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ เศรษฐกิจอัจฉริยะ ขนส่งอัจฉริยะ พลังงานอัจฉริยะ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ
มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นของอาคาร(FAR) ทุกหลังต่อพื้นที่แปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน 10:1 อาคารมีความสูงตั้งแต่ 300 เมตรขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยหรือภัยพิบัติอย่างอื่น
ด้านมาตรการส่งเริมการใช้โประโยชน์ที่ดิน เช่น การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การจัดให้มีหรือพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่าท้องตลาด หรือที่อยู่อาศัยสำหรับผู้รายได้น้อย การจัดให้มีพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือสวนสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้โดยไม่คิดค่าตอบแทน การจัดให้มีพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายการสัญจรระบบขนส่งมวลชนแก่ประชาชนที่วไป การจัดให้มีพื้นที่รับน้ำ การจัดให้มีอาคารอนุรักษ์พลังงาน
นายวรวุฒิ มาลา ที่ปรึกษาพิเศษโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน กล่าวว่า ร่างประกาศที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อำหนดแนวทางการพัฒนาของพื้นที่ โดยจะมีความเป็นพิเศษมากกว่าพื้นที่ทั่วไป แต่เอกชนผู้พัฒนาจะต้องมีการพัฒนาอื่นๆ เป็นการชดเชยด้วย จะมีในหลายมิติ เช่น ต้องมีพื้นที่สีเขียว 60% ของอัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวมหรือOSR พื้นที่น้ำซึมผ่าน 60% ของOSR เป็นต้น
ส่วนการเริ่มนับหนึ่งก่อสร้างโครงการนั้นนายวรวุฒิกล่าวว่ารอแก้ไขร่างสัญญาร่วมทุน และให้เอกชนรับมอบพื้นที่ คาดว่าภายในต้นปี 2566 น่าจะเริ่มเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการได้

