หน้าแรก เศรษฐกิจ จับตา กนง.ขึ้...

จับตา กนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% คุมเงินเฟ้อ ด้าน ‘เคเคพี’ คาด ศก.66 โตแค่ 2.8%

30.11.22 | 08:11 น.
แฟ้มภาพ

จับตา กนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% คุมเงินเฟ้อ ด้าน ‘เคเคพี’ คาด ศก.66 โตแค่ 2.8%

จับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ คาดว่า กนง.จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% เพื่อดูแลเงินเฟ้อที่ทรงตัวอยู่ระดับสูง

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้ คาดว่า กนง.จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% เพื่อดูแลเงินเฟ้อที่ทรงตัวอยู่ระดับสูง รวมถึงเศรษฐกิจกำลังทยอยฟื้นตัวดีขึ้น กนง.จึงมีความจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพเรื่องเงินเฟ้อไม่ให้หลุดกรอบที่คาดว่าจะทยอยลดลงอยู่ในกรอบ 1-3% ช่วงกลางปี 2566

แม้เงินเฟ้อทั่วไปทยอยปรับลดลง โดยเดือนตุลาคมลดลงที่ระดับ 5.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยังเป็นตัวเลขที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ช่วงต้นปี 2566 สถานการณ์โลกยังคงเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน จะเป็นปัจจัยส่งผลให้ราคาด้านพลังงาน วัตถุดิบ อาหาร มีราคาสูง ขณะเดียวกันความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอยจะเป็นปัจจัยที่กดดันให้ความต้องการซื้อสินค้าลดลง ส่งผลให้ราคาพลังงานไม่สูงขึ้นเหมือนต้นปี 2565

น.ส.เกวลินกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวช่วงปลายปี 2565 จากภาคการท่องเที่ยวที่กระเตื้องมากขึ้น โดยคาดว่านักท่องเที่ยวที่ทยอยเดินทางเข้าไทยจะมีจำนวน 10 ล้านคน ในปี 2565 และเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านคน ในปี 2566 แต่จากสถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลงส่งผลให้การส่งออกขยายตัวลดลง จากปี 2565 ที่ขยายตัวได้ 7-8% และในปี 2566 อาจขยายตัวได้ต่ำกว่านี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ

ดังนั้น คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัวได้ในกรอบ 3.5-4% โดยจะมีการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนหลักแทนการส่งออกที่ชะลอตัวลง

Advertisement

แม้การส่งออกปี 2565 จะขยายตัวได้ดี แต่การนำเข้าพลังงานมีสัดส่วนที่สูงกว่าการส่งออก จึงทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบ จากข้อมูลตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การส่งออกตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ขยายตัว 9.1% และการนำเข้าขยายตัว 18.3% ส่งผลให้ 10 เดือนแรกของปี 2565 ไทยขาดดุลการค้า 15,581.3 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงการฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยวกลับมาช่วงปลายปี 2565 ทำให้เงินกลับเข้ามาในระบบยังไม่มากนัก

รายงานข่าวจากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ออกผลบทวิเคราะห์ถึงการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ระบุว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2023 มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น หลังจากเผชิญความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น และการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อชะลอเงินเฟ้อ

จึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างมากเช่นกัน ทำให้ภาคการส่งออกอาจจะหดตัวลง โดยคาดว่าในปี 2566 เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้เพียง 2.8% ปรับลดลงจาก 3.6% จากการคาดการณ์ครั้งก่อน และถือว่าเป็นการเติบโตที่ช้ากว่าปีนี้

 

อ่านข่าวอื่น