‘แบงก์ชาติ’ เผยเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ฟื้นแผ่ว เหตุส่งออกติดลบ 6.1% จากดีมานด์ ปท.คู่ค้าลดลง
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินเดือนตุลาคม 2565 ว่ายังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการส่งออกสินค้าที่ปรับลดลง
โดยการส่งออกปรับตัวลดลง ตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว และปัจจัยชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน ตัวเลขการส่งออก (ไม่รวมทองคำ) ในเดือนตุลาคมขยายตัวติดลบ 6.1% จากเดือนก่อน สอดคล้องกับภาคการผลิตที่ปรับลดลงเหลือ 4.2% จากเดือนก่อนจากหมวดปิโตเคมี และฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟตามดีมานด์ของประเทศคู่ค้า
ขณะที่ ด้านการนำเข้าลดลงในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะการนำเข้าหมวดเชื้อเพลิงที่ลดลงมากตามน้ำมันดิบ เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น นอกจากนี้ การนำเข้าก๊าซธรรมชาติปรับลดลงจากราคาเป็นสำคัญ หลังจากปัญหาการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 837 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการเกินดุลติดต่อกันจากเดือนกันยายนที่เกินดุล 600 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายสักกะภพกล่าวว่า ขณะที่ปัจจัยหนุนคือภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนตุลาคม ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.4 ล้านคน ส่งผลให้ตัวเลข 10 เดือน ปี 2565 จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มอยู่ที่ 7.1 ล้านคน ซึ่งเป็นแรงส่งให้ภาคการผลิตบริการปรับดีขึ้น 2.2%

“เศรษฐกิจที่อยู่ในทิศทางฟื้นตัว ยังได้รับปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อยังปรับตัวดี ทั้งการจ้างงาน รายได้ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนทรงตัว 0.6% จากเดือนก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวจากยอดขายลดลง เนื่องจากมีอัตราเร่งไปก่อนหน้า รวมถึงปัจจัยค่าครองชีพที่สูงขึ้น” นายสักกะภพกล่าว
นอกจากนี้ ตลาดแรงงานฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดโดยจำนวนแรงงานในมาตรา 33 อยู่ที่ 11.6 ล้านคน หรือเติบโต 0.7% สอดคล้องกับตัวเลขผู้ขอรับสิทธิว่างงานปรับลดลง เช่นเดียวกับกำลังแรงงานนอกภาคเกษตรปรับลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภค
นายสักกะภพกล่าวว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงตามคาดการณ์และได้ผ่านจุดสูงสุดอยู่ที่ 6.41% มาอยู่ที่ 5.9% ซึ่งมาจากหมวดพลังงานและอาหารสด โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.12% มาอยู่ที่ 3.17% ผลจากอาหารสำเร็จรูป ขณะที่ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยอ่อนค่าลง ตามเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์
“เศรษฐกิจเดือนตุลาคมอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แต่การเติบโตลดลงจากแรงกดดันมาจากอุปสงค์ของโลก และปัจจัยชั่วคราว และมองไปข้างหน้าเดือนพฤศจิกายนคาดว่าแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว แต่ต้องติดตามอุปสงค์ต่างประเทศ ค่าครองชีพ และความต่อเนื่องกิจกรรมของเศรษฐกิจ” นายสักกะภพกล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- หุ้นไทยปิดบวก 11 จุด รับข่าวขึ้นดอกเบี้ย-ศาลรธน.ผ่านกฎหมายการเลือกตั้ง
-
แอน จักรพงษ์ ขายหุ้น JKN 4 วันรวดกว่า 70 ล้านหุ้น มูลค่า 309 ล้าน

