ทล.เตรียมเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนมอเตอร์เวย์สาย 9 วงเงิน 5.17 หมื่นล. หลังบอร์ดพีพีพีไฟเขียว คาดก่อสร้างปี’67 ให้บริการปี’71
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอน ทางยกระดับบางขุนเทียน-บางบัวทอง หรือถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนด้านตะวันตก เป็นหนึ่งในโครงการที่กรมทางหลวงเดินหน้าพัฒนา สำหรับความคืบหน้าการให้เอกชนร่วมลงทุน ปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือคณะกรรมการพีพีพี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้มีมติเห็นชอบรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการแล้ว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565
โดยการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการในครั้งนี้ กำหนดให้เอกชนเป็นผู้รับผิดชอบงานในส่วนการออกแบบและก่อสร้าง พร้อมจัดหาเงินทุน รวมถึงการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณภาครัฐในการก่อสร้าง การดำเนินงานและบำรุงรักษาตลอดอายุโครงการ โดยมีวงเงินค่าลงทุนงานโยธาและงานระบบกว่า 51,700 ล้านบาท และค่า O&M กว่า 12,600 ล้านบาท

สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอน ทางยกระดับบางขุนเทียน-บางบัวทอง จะก่อสร้างเป็นทางยกระดับ ขนาด 6 ช่องจราจร ตามแนวถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ รอบที่ 2 ด้านตะวันตก
โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 วงแหวนกาญจนาภิเษก ด้านทิศใต้ โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว และโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก บริเวณทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน แนวเส้นทางมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือข้ามทางรถไฟสายแม่กลอง ถนนเพชรเกษม เชื่อมต่อทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ข้ามทางรถไฟสายใต้ เชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี

จากนั้นเบี่ยงแนวเส้นทางขนานไปกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง และมีจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณจุดตัดทางแยกต่างระดับบางบัวทอง เชื่อมต่อโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 วงแหวนกาญจนาภิเษก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน โดยครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ และจังหวัดนนทบุรี รวมระยะทาง 35.85 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2567 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นปี 2571
ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะกลายเป็นโครงข่ายสำคัญที่เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่ง ระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยสมบูรณ์ ซึ่งการเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้เข้ามามีร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ จะช่วยลดภาระงบประมาณการก่อสร้างของภาครัฐ ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ส่งเสริมการจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยให้มีศักยภาพสูงสุด



