หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิดเอกสาร กส...

เปิดเอกสาร กสทช. จ่อเรียกเงิน 600 ล้าน ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกคืนจาก กกท.

1.12.22 | 13:10 น.

เปิดเอกสาร กสทช. จ่อเรียกเงิน 600 ล้าน ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกคืนจาก กกท.

กรณี นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้สัมภาษณ์กับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ว่า ตอนที่เรียกบรรดาเอกชนมาหารือร่วมกัน เพื่อหาข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ในการซื้อสิทธิบอลโลก ไม่มีเอกชนรายใดเสนอ กลุ่มทรูจึงเข้าสนับสนุนในวงเงิน 300 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ไว้ ซึ่งไม่ใช่สัญญา

จากนั้น กกท.ได้เข้าหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมีการบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างน้อย 2 ครั้ง และได้ส่งข้อสรุปเสนอไปยังกลุ่มทรูอีกครั้ง โดยมีการกำชับให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ กสทช.กำหนดไว้ ทั้งนี้ บางประเด็น กสทช.ตอบมาไม่ชัดเจน มีการถามซ้ำกลับไป และปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุดควบคู่ไปด้วย เพื่อความรอบคอบ

“เนื่องจากเป็นองค์กรของรัฐ ต้องมีความระมัดระวัง ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องยอมรับการวินิจฉัย หากมีข้อหนึ่งข้อใดในเอ็มโอยู ข้อต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีต่างๆ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเจตนา จำเป็นจะต้องแจ้งและขอแก้ไข เพื่อไม่ให้มีอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย” นายก้องศักดกล่าว

ทำให้หลายฝ่ายยังคงตั้งคำถามถึงความชัดเจนและโปร่งใส ถึงที่มาของสปอนเซอร์และข้อตกลงที่ กกท.ยกลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้กับกลุ่มทรู ที่จ่ายเงินสนับสนุน 300 ล้านบาท จากเงินทั้งหมด 1,200 ล้านบาท

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในวงการธุรกิจ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยืนยันว่าผู้ให้บริการรายอื่นไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจาก กกท. เป็นเพียงการพูดคุยด้วยวาจาเท่านั้น ตอนที่จะยื่นข้อเสนอสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รัฐบาลก็ไม่เห็นเคยประกาศหาผู้สนับสนุนจากเอกชนแบบโปร่งใส โดยระบุเงื่อนไข กฎ กติกาต่างๆ ให้ชัดเจน ซึ่งหากประกาศอย่างเป็นทางการ อาจมีผู้สนใจเข้าให้การสนับสนุนหลายราย

Advertisement

“ถ้ารัฐบอกกติกาให้เคลียร์ว่า ถ้าเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ จะไม่มีกฎมัสต์แครี่ เช่นเดียวกับที่ให้ทรู อาจทำให้ผู้ให้บริการรายอื่นสนใจก็ได้ แต่นี่กลับสวนทางกัน พอทรูได้เข้ามาสนับสนุนในวงเงิน 300 ล้านบาท ก็ดันฉีกกฎมัสต์แครี่ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และไม่มีการตกลงอย่างชัดเจนมาก่อนด้วยซ้ำ อีกทั้ง ยังปล่อยลอยแพคนไทยนับล้าน ที่อดดูการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกผ่านช่องฟรีทีวี แม้จะเป็นฟรีทีวีบนกล่องอินเตอร์เน็ต ก็ถือเป็นสิทธิที่ต้องได้ดูตามกฎมัสต์แครี่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม” แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ ได้มีการประชุมและมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สทช.2305/54243 แจ้งไปยังผู้ว่าการ กกท. เรื่องให้ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2022 (รอบสุดท้าย)

โดย กกท.จะต้องดำเนินการตามกฎมัสต์แครี่ ให้กล่องไอพีทีวีถ่ายทอดบอลโลกได้ มิเช่นนั้น กกท.จะต้องจ่ายเงินคืนแก่สำนักงาน กสทช. 600 ล้านบาท ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี (หากมี)

ดังนั้น จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุใด กกท.จึงไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทำไว้กับ กสทช. แต่กลับปล่อยให้เอกชนมีสิทธิพิเศษเหนือกฎกติกาที่ กสทช.ตั้งไว้ จึงทำให้สังคมออกมาเรียกร้องให้เปิดเผยเอ็มโอยูทุกฉบับต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: