‘เจ้าสัวธนินท์’ เปิดสเปกนายกฯ ชี้เศรษฐกิจปีนี้เผาจริง ปีหน้าจะดีแค่ไหน อยู่ที่นโยบายรัฐบาล

1.12.22 | 19:38 น.

‘เจ้าสัวธนินท์’ เปิดสเปกนายกฯ ชี้เศรษฐกิจปีนี้เผาจริง ปีหน้าจะดีแค่ไหน อยู่ที่นโยบายรัฐบาล

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจปี 2566 ว่า ผมชอบมองในแง่ดีทุกอย่าง แต่ผมเคยพูดว่าถ้าโควิดหยุดเมื่อไหร่ทุกอย่างจะฟื้นอย่างเร็ว เพราะยังไงสถานีรถไฟ สนามบิน เครื่องบิน ท่าเรือ ไม่ได้ถูกทำลาย เหมือนสงครามโลกครั้งที่2 พอโควิดหยุด น่าจะเข้าสู่ปกติ แต่ไม่ใช่ เพราะมันนานเกินไป เดิมคิดว่า 1 ปีจบ กลายเป็นกว่า 2ปี ยังมาเจอกับการเมือง โลกร้อน น้ำท่วม สงครามรัสเซียกับยูเครน แต่กลายเป็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ทั่วโลกหันกลับมาสนใจอาเซียน มาสนใจประเทศไทยน่าจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ตอนนี้กลับมาแล้วอยู่ที่รัฐบาลไทยจะช่วยทำอย่างไร ทั้งรัฐบาลชุดเดิมหรือชุดใหม่ ให้เข้าใจว่าโอกาสแบบนี้ 1,000 ปี เจอครั้งหนึ่ง จะฉวยโอกาสได้อย่างไร และเงื่อนไขต่างๆจะดึงดูดต่างประเทศเข้ามาลงทุน

๐เผยปีหน้าเศรษฐกิจดีกว่าปีนี้แน่

“พอเจอคนโจมตีขายชาติ ขายที่ดิน ซึ่งคนมีความรู้เราต้องการเขามาลงทุนเมืองไทย มาชั่วคราว มาทำธุรกิจ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ ที่ดินเรา 105 ล้านไร่ที่ใช้เพาะปลูก เขาไม่สามารถนำที่ดินกลับไปบ้านเขาได้ เขาเอาเงินมาลงทุน ซื้อที่ ซื้อบ้านปักหลัก ดีกว่าท่องเที่ยวอีก เพราะท่องเที่ยวมาแล้วก็กลับ แต่ต่างชาติเข้ามาลงทุน มาสร้างประโยชน์ สร้างงาน สร้างเงิน แต่ก็ซื้อบ้านไม่ได้เพราะเป็นต่างชาติ ตรงนี้ก็ลำบากเมืองไทย ไม่เข้าใจว่าหวังดีต่อประเทศ กลับทำให้ประเทศเสียหาย ”

นายธนินท์กล่าวว่า มองว่าเศรษฐกิจปี2566 ดีกว่าปี 2565 แน่นอน เพราะตอนนี้โควิดเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ติดง่ายก็หายง่าย อันตรายน้อย ทั้งนี้ การที่มีคนมองว่าปี 2566 เผาจริง แต่ผมคิดว่าไม่ใช่ เผาจริงคือปี 2565 แต่ปีหน้าจะดีมากหรือน้อยอยู่ที่นโยบายรัฐบาล เพื่อให้ทั่วโลกมาลงทุนที่ประเทศไทย

“ยกตัวอย่างถ้าวันนี้ผมเป็นรัฐบาลจะกระตือรือร้นออกไปชักชวนยุโรป รัสเซีย เข้ามาเมืองไทย อย่างดูไบ ที่ดินมีนิดเดียว พอรัสเซียกับยูเครน รบกัน ดูไบ ไปเชิญคนรัสเซียซื้อบ้านอยู่อย่างถาวร เราทำหรือยัง ทั่วโลกบอกว่าสตาร์ตอัพ ชอบอยู่เมืองไทย ทำไมเราไม่เอื้อกฎหมายให้เขามาทำงานในเมืองไทย ให้เข้ามาง่าย มาใช้ชีวิตในเมืองไทย มาสร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจให้ไทย ซึ่งคนหนึ่งผมคิดแล้วมากกว่าเอานักท่องเที่ยวมา 10 คน ทำไมเราไม่คิดบวก เขาไม่มาแย่งงานเราหรอก งานเหล่านี้คนไทยยังไม่เป็น เมื่อเราขาดคน เข้าสังคมสูงวัย ทำไมเราไม่ดึงคนเก่งเข้ามา เพราะเราสร้างคนไม่ทัน อยู่ที่รัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ กรณีให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ ไม่ได้บังคับว่าต้องอยู่ตลอดไป อย่างน้อยเขาจ้างคนไทยดูแลบ้านให้ ไม่ทำให้เราเสียหาย อยู่ที่การเขียนกฎหมาย อาจเริ่มจากอีอีซีก่อนก็ได้”

Advertisement

๐ชึ้จุดยืนไทยท่ามกลางความขัดแย้ง

นายธนินท์ กล่าวถึงจุดยืนของประเทศไทยหลังบริบทการค้าโลกเปลี่ยนไปว่า ไทยต้องคบทุกคน ประเทศไหน ธุรกิจไหนเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ไม่เข้าข้างใคร และไม่เกี่ยวกับการเมือง ไทยคบกับใครได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจคบกับคนนั้นด้วย ไม่ว่าอเมริกาก็ต้องคบ เว้นเขาไม่คบเรา ประเทศจีนและญี่ปุ่นก็ต้องคบ ต้องมีความบาลานซ์ แต่ยังไงอเมริกายังเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลก แต่ตลาดใหญ่อยู่ที่จีน แต่เทคโนโลยีดีสุดอยู่ที่อเมริกา การเมืองก็อยู่อเมริกา จะทิ้งอเมริกาก็ไม่ได้ เพราะประเทศไทยนิดเดียวก็ต้องบาลานซ์กัน บางครั้งรู้ว่าได้เปรียบ บางครั้งก็ต้องจำยอมบ้าง ซึ่งเรื่องนี้เมืองไทยเก่ง แต่ผมมองในภาคธุรกิจ ซึ่งไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครเลย ต้องยกให้สถาบันพระมหากษัตริย์ และเชื่อว่าผู้นำของเราไม่ได้เก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว ผมเชื่อว่าเราจะไปรอด ต้องดูเฉพาะธุรกิจ อย่าไปยุ่งกับการเมือง

๐ผู้นำประเทศ ต้องกล้าทำ

นายธนินท์ กล่าวถึงคุณสมบัติผู้นำที่จะพาประเทศให้เราคว้าโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจและการค้าได้ ต้องกล้าทำ กล้าตัดสินใจ เพราะเราทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ วันนี้จะให้คนเห็นพ้องกันทุกคนไม่มีทาง ต้องมีมองต่างมุม บังคับให้คนมองเหมือนเราไม่ได้ มั่นใจว่าไม่ใช่เพื่อส่วนตัว ผิดบ้างไม่เป็นไร ผิด 3 เรื่อง ถูก 7 เรื่องก็ยังพอ เพราะเราไม่ใช่เทวดา ขอให้ทำเพื่อประชาชน วันหนึ่งคนก็ต้องรู้

“แต่บางคนผู้นำกลัวจะถูกโจมตี เสียชื่อ ถ้าเราไม่มีประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เราต้องกล้าทำ นั่นแหละผู้นำที่ผมต้องการ ผู้นำแบบนี้ ต้องกล้า โลกเปลี่ยนแปลง เราไม่เปลี่ยนแปลงตาม ยังมัวแต่ชักช้า อย่าง 6 ค่านิยมของเครือซีพี ยึด 3 ประโยชน์ เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท ทำของใหม่ๆให้ทันสมัย ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีของใหม่ๆเกิดขึ้น ต้องเร็วและมีคุณภาพ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สุดท้ายต้องเป็นคนที่กตัญญู เป็นคนดี รู้คุณคน รู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ “

๐ชี้ไฮสปีดอีอีซีดันศูนย์กลางอาเซียน

นายธนินท์ กล่าวถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)ว่า จะเป็นโครงการที่ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน เพราะมีท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง รถไฟ สนามบิน 2 แห่ง และเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี มีอุตสาหกรรม รายได้ 70%ของจีดีพีประเทศ ทั้งนี้เส้นทางของรถไฟความเร็วสูงยังสามารถทำเชื่อมโยงกับสปป.ลาว กัมพูชา เวียดนามได้ ถ้าสามารถเชื่อมไปถึงคุนหมิงและเมืองใกล้เคียง มีคนมาเที่ยวประมาณ 700 ล้านคน ถ้าเอารถไฟขนคนเหล่านี้มาเที่ยวเมืองไทยสัก 30 ล้านคน เราจะไม่มีที่ให้เขาเที่ยว เราอย่ามองสั้นๆแค่ 220 กิโลเมตร แต่ต้องไปเชื่อมกับสินค้าและท่าเรือต่างๆ ในลาว จีน