ปลัดปั้น MIND รีแบรนด์ ก.อุต กระทุ้ง 7.4 หมื่นโรงงานจริงใจ ดูแลชุมชน 1 ล้านราย ตัดวงจรร้องเรียน
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ MIND เปิดเผยถึงนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2566 ว่า กระแสเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวรวมทั้งเศรษฐกิจไทย หลังจากวิกฤติโควิด-19 ล่าสุดข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ระบุ GDP ไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 4.5 และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 99.06 ขยายตัวขึ้นถึงร้อยละ 2.20
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังคงผันผวนจากหนี้สาธารณะของหลายประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ยเกือบ 100% อาทิ ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐ ฝรั่งเศส และพบว่าไทยมีปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ ปี 2566 อาทิ สภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยการส่งออกหดตัว ภาวะเงินเฟ้อ น้ำมันแพง ค่าเงินบาทอ่อน และดอกเบี้ยสูง ทำให้สินค้าจำเป็นมีการปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้ง ปัญหาด้านโครงสร้างของอุตสาหกรรมที่เริ่มแข่งขันได้ยากขึ้น อาทิ ต้นทุนด้านแรงงาน และการเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงปัญหาด้านภาพลักษณ์ของภาคอุตสาหกรรมต่อประชาชน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาครวม

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า จากปัจจัยข้างต้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนตามแนวคิด “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” ซึ่งการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมวิถีใหม่ผ่าน 4 มิติจะส่งผลดีต่อธุรกิจ ชุมชน สิ่งแวดล้อม และการกระจายรายได้ ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมสู่ S-curve ที่มุ่งเน้นการผลิต และโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ จะทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยประกอบด้วย
มิติที่ 1 ความสำเร็จทางธุรกิจ
มิติที่ 2 การดูแลชุมชนโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรม
มิติที่ 3 การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สู่อุตสาหกรรมสีเขียว
มิติที่ 4 การกระจายรายได้ให้กับประชาชนและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมทั้ง 6,000 คน ทำงานด้วย “หัว” และ “ใจ” จะร่วมกัน “ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเข้าสู่วิถีใหม่” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ แบ่งเป็น โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 74,016 โรงงาน เหมืองแร่ทั่วประเทศ 492 ราย เอสเอ็มอีทั่วประเทศ 3,178,124 กิจการ และผู้ประกอบการเหล่านี้จะดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับเทคโนโลยี และข้อตกลงของทั่วโลก
พร้อมผลักดัน “ชุมชนรักโรงงาน โรงงานรักชุมชน และสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชน” เพื่อให้ชุมชนรอบโรงงานประมาณ 1,000,000 คน และอุตสาหกรรมอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตร พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“ตามแนวทางนี้คาดว่าในปี 2566 จะสามารถกระตุ้น MPI และจีดีพีภาคอุตสาหกรรม ให้สูงขึ้นร้อยละ 2.5-3.5 และเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีถัดๆไป”ดร.ณัฐพลกล่าว


