ผับบาร์ 9 จว. 13 แหล่งท่องเที่ยว ลุ้น ครม. 6 ธ.ค. ไฟเขียวขายดริงก์ถึงตี 4
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง กำลังติดตามและคาดหวังให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ได้พิจารณาและเห็นชอบตามข้อเสนอภาคธุรกิจ ที่ได้ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยขอให้ผ่อนปรนและปรับปรุงกําหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลัง 24.00 น. อนุญาตให้ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 02.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในปัจจุบัน
นายธนากรกล่าวต่อว่า รวมถึงเห็นชอบกำหนดพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Special Night Tourism Zone) โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็น “Soft Power” ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายสําหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการดื่มกิน สังสรรค์ และความบันเทิงยามค่ำคืนโดยเฉพาะ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมีเป็นจํานวนมากและเป็นผู้มีกําลังซื้อสูง และเพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นผู้นําด้านการท่องเที่ยวที่ครบวงจรและปลอดภัยในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยกําหนดเวลาการจําหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการเฉพาะตั้งแต่เวลา 11.00-04.00 น. เพื่อตอบสนองความคาดหวังของนักท่องเที่ยว พร้อมกําหนดมาตรการอํานวยความสะดวก และเฝ้าระวังความปลอดภัย เชิงรุก เช่น มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจํา กําหนดจุดเข้าออกที่ชัดเจน จัดให้มีจุดบริการรถรับส่งและแท็กซี่สาธารณะเพื่อป้องกันปัญหาอุบัติเหตุจราจรจากการเมาแล้วขับ
นายธนากรกล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้นำร่อง 9 จังหวัดแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างยาวนาน เหมาะสมต่อการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ถนนข้าวสาร ถนนสีลม (ซอยพัฒน์พงศ์ ซอยธนิยะ) ถนนรัชดาภิเษก และถนนสุขุมวิท (ซอย 11 ซอยคาวบอย ซอยนานา)
2.จังหวัดภูเก็ต ที่ซอยบางลา 3.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่หาดเฉวง เกาะสมุย และหาดริ้น เกาะพะงัน 4. พัทยา ที่วอล์กกิ้งสตรีท 5.พังงา ที่เขาหลัก 6.จังหวัดเชียงใหม่ ที่ถนนนิมมานเหมินท์ 7.จังหวัดสงขลา ที่เมืองหาดใหญ่ เมืองสะเดา 8.กระบี่ ที่อ่าวนาง และประจวบคีรีขันธ์ ที่เมืองหัวหิน
“ภาคธุรกิจคาดหวังว่า ครม.และนายกรัฐมนตรีจะเห็นชอบตามที่ภาคธุรกิจร้องขอ ผ่านการเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และอยากให้มีผลทันทีรองรับการเปิดประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวนานาชาติกำลังเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น การขยายเวลาเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการเปิดถึงตี 4 ก็ร้องขอในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นคนต่างชาติส่วนใหญ่ ที่มีความนิยมที่มาท่องเที่ยว ต้องพร้อมทั้งอาหารและเครื่องดื่มสุราเบียร์ อีกทั้งตอนนี้หลายพื้นที่ทำแบบสีเทาแอบเปิดเกินเวลา ซึ่งผิดกฎหมายและสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากในวันที่ 6 ธันวาคม รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน ทางกลุ่มก็จะประชุมหารือและมีการเคลื่อนไหวกันอีกครั้ง” นายธนากรกล่าว
นายธนากรกล่าวต่อว่า ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน มุมมองเกี่ยวกันว่าภาคท่องเที่ยว เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเกี่ยวพันกับหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ ภาคบริการ ภาคบริโภค ที่มีสถานบันเทิง ร้านอาหารและเครื่องดื่มอยู่ด้วย โดยก่อนโควิดระบาดภาคท่องเที่ยวเป็นสัดส่วน 18-20% ของจีดีพีประเทศ ลดเหลือ 6% ในช่วงโควิดระบาด แต่เมื่อโควิดคลี่คลายและคนปรับตัวที่จะอยู่กับโควิดที่จะยังมีการระบาด แต่คนก็รู้ว่าจะป้องกันและดูแลสุขภาพกันอย่างไรมากขึ้น
ดังนั้น การอยากออกมาท่องเที่ยว เดินทาง หรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะกลับมาเท่ากับปกติ โดยภาพรวมน่าจะมีการฟื้นกลับมากว่า 80% จึงเชื่อว่าสิ่งที่ภาคเอกชนนำเสนอจะเป็นการจูงใจเพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวไทย จะได้รับความบันเทิงครบ ทั้งแหล่งเที่ยว ที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งบรรยากาศในเดือนธันวาคมนี้จะเห็นความคึกคักของการเดินทางและกินดื่มนอกบ้านมากขึ้น
นายธนากรกล่าวถึงบรรยากาศเข้าเทศกาลปีใหม่ 2566 ว่ากลุ่มธุรกิจสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยว มีการตื่นตัวและเตรียมพร้อมจัดเคาต์ดาวน์ และดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างยิ่งใหญ่ในรอบ 3 ปี หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 และยอดสั่งซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปีนี้น่าจะกลับมาคึกคักหรือกลับมาฟื้นตัวแล้ว 70-80% เทียบก่อนเกิดโควิดระบาด คาดว่าปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านบาท จากก่อนโควิดตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีมูลค่า 3.5-3.7 แสนล้านบาท/ปี

