OPEC+ ไม่ปรับกำลังผลิต หลัง G7 คุมเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย
กลุ่มโอเปคพลัสซึ่งเป็นการรวมตัวกันของประเทศผู้ผลิตน้ำมันได้ประชุมหารือกันเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมคที่ผ่านมา ก่อนที่จะสรุปว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดโลก หลังจากที่กลุ่มจี 7 และพันธมิตรประกาศกำหนดเพดานราคาส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อตลาดน้ำมันโลก
การตัดสินใจของรัฐมนตรีน้ำมันของโอเปคพลัสมีขึ้นหนึ่งวันก่อนที่มาตการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของจี 7 รวมถึงการสั่งห้ามการนำเข้าน้ำมันรัสเซียทางทะเลทั่วยุโรปจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 ธันวาคมเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดียังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกมาเพียงใด เพราะอาจส่งผลให้อุปทานตึงตัวและทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รัสเซียซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดีอาระเบียสามารถเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันจากเดิมที่มุ่งไปยังยุโรป ไปให้ลูกค้าในอินเดีย จีน และตุรกีได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่รัสเซียผลิตได้
ขณะที่ในอีกทางหนึ่ง ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลงเป็นผลมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ รวมถึงมาตรการคุมโควิดเป็นศูนย์ของจีน ซึ่งจะลดความต้องการพลังงานในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ประกอบกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอยในยุโรปและสหรัฐยังทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงตามไปด้วย
ความไม่แน่นอนของตลาดน้ำมันดังกล่าวทำให้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โอเปคพลัสได้ประกาศลดกำลังการผลิตลง 2 ล้านบาร์เรลโดยมีผลในต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ระบุว่าบปริมาณน้ำมันที่ปรับลดไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะสมาชิกโอเปคพลัสก็ไม่สามารถผลิตน้ำมันตามโควต้าการผลิตได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
แถลงการณ์ของโอเปคพลัสในวันที่ 4 ธันวาคม ยังคงตอบโต้คำวิจารณ์จากสหรัฐก่อนหน้านี้ที่กล่าวโทษโอเปคว่ามองแค่สั้นๆ และแสดงให้เห็นผ่านการกระทำดังกล่าวว่าโอเปคพลัสเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย โดยยืนยันว่า การปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของโอเปคพลัสดังกล่าวได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นและถูกต้อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก โดยมีการกำหนดการประชุมครั้งต่อไปในเดือนมิถุนายน แต่ก็ระบุว่าสามารถที่จะหารือกันได้ทุกเมื่อเพื่อจัดการกับพัฒนาการของตลาด

