หน้าแรก เศรษฐกิจ ซินเจนทา ซีดส...

ซินเจนทา ซีดส์ ทุ่ม 330 ล้านขยายโรงงาน แก้ปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยกเป็นฮับส่งออก

5.12.22 | 16:12 น.

นายจัสติน วอล์ฟ ประธานกรรมการบริหารธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท ซินเจนทา สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า บริษัทในฐานะผู้พัฒนาและผู้ผลิตเมล็ดข้าวโพดสำหรับอาหารสัตว์ชั้นนำของโลก มีความมุ่งมั่นจะลงทุนระยะยาวในภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในทุกปีอีกหลายล้านบาท เพื่อทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ตลาด ล่าสุดบริษัทได้เปิดโรงงานส่วนต่อขยายใหม่ที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา

นายจัสตินกล่าวว่า บริษัทได้นำความรู้และทักษะ ประสบการณ์ที่ยาวนาน รวมกับความชำนาญของทีมงานที่ไทย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรในไทย ด้วยการทำงานอย่างหนักของทีมเรา ทำให้เกษตรกรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเรามากขึ้น และส่วนแบ่งในตลาดของเราก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เรามีความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยและหุ้นส่วนของเราประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในอนาคต การทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมให้ได้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นหัวใจสำคัญของความมั่นคงทางอาหารในไทย และช่วยสร้างระบบการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

“เราภูมิใจที่จะประกาศว่าซินเจนทาได้ลงทุนกว่า 330 ล้านบาท โดยการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงและทันสมัยที่สุดมาใช้ ให้ได้ผลผลิตเมล็ดข้าวโพดลูกผสมที่มีคุณภาพสูงและตรงกับความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด และเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่เกษตรกรไทย ซินเจนทาจะพัฒนานวัตกรรมต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าทีมของเรามีความพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคตที่จะมาถึงอยู่เสมอ”

Advertisement

นายพิชญา รุจิรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ซินเจนทา ซีดส์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวว่า โรงงานในส่วนต่อขยายนี้เพิ่มศักยภาพกำลังการผลิตสูงสุดได้ถึง 10 ตันต่อชั่วโมง จากเดิมที่ทำได้เพียง 3 ตันต่อชั่วโมง โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนากระบวนการผลิตที่นำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีและประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวขับเคลื่อนการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมสำหรับอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดสำหรับอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน

“นอกจากนี้โรงงานส่วนต่อขยายใหม่ของซินเจนทา ซีดส์ ยังควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ มีการใช้หุ่นยนต์แขนกลในการจัดเรียงสินค้าเพิ่มความปลอดภัยลดการใช้แรงงานหนักและความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานผ่านระบบเครือข่ายไร้สายได้ และยังมีระบบกำจัดฝุ่นแยกอิสระในเครื่องจักรแต่ละส่วน เพื่อป้องกันมลภาวะทางอากาศระหว่างการปฏิบัติการ จึงเป็นโรงงานที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน”

ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมของบริษัท ดำเนินการผลิตภายใต้สัญลักษณ์ทางการค้ายี่ห้อ NK อาทิ NK6253, NK6848, NK7321, NK8216, NK6275, S7328 และ S6248 สำหรับใช้ในประเทศและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม, กัมพูชา, เมียนมา, ปากีสถาน, ศรีลังกา, เอกัวดอร์ และกัวเตมาลา

ในส่วนของการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง ที่นี่จะมีการตรวจสอบ DNA ของข้าวโพดว่ามีลักษณะของพันธุ์ถูกต้องตามกระบวนการปรับปรุงพันธุ์หรือไม่ มีการสุ่มตรวจสอบเมล็ดเพื่อทดสอบอัตราการงอกและความแข็งแรงของเมล็ด ซึ่งเมล็ดพันธุ์ของซินเจนทามีอัตราการงอกสูง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 (ตามกฎหมายระบุให้เกินร้อยละ 76 เท่านั้น) และมีความชื้นของเมล็ดพันธุ์ไม่เกินร้อยละ 12 เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการคัดแยกเมล็ดให้ได้ความบริสุทธิ์ทางกายภาพและมีขนาดที่เป็นมาตรฐาน ทั้งนี้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากถึงปีละ 8-9 ล้านตัน แต่ปัจจุบันกลับมีกำลังการผลิตในประเทศเพียง 5-6 ล้านตัน ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยังขาดทั้งในแง่ปริมาณผลผลิต คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ลักษณะของพันธุ์ อาทิ การทนทานต่อศัตรูพืชและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และด้วยนวัตกรรมใหม่นี้จะช่วยให้ประเทศไทยลดการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม

บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจทั้งวิจัยและผลิตเมล็ดพันธุ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำนวัตกรรมมาแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้ลงทุนกว่า 330 ล้านบาท โดยได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดำเนินการสร้างโรงงานส่วนต่อขยายในอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ระหว่างปี พ.ศ.2564-2565