หน้าแรก เศรษฐกิจ โรเบิร์ตวอลเท...

โรเบิร์ตวอลเทอร์ส เผยผลสำรวจเงินเดือน 73% ระบุหางานใหม่ หากปรับขึ้นต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ

5.12.22 | 19:26 น.

นางปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประจำประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจอัตราเงินเดือนประจำปี 2566 โดยรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดการจ้างงานในประเทศไทยระหว่างปี 2565 และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 กลุ่มสำรวจ 60% ของผู้ตอบแบบสำรวจเงินเดือนปี 2566 อายุระหว่าง 40-54 ปี และกว่า 87% เป็นพนักงานประจำ พบว่า พนักงานที่มีทักษะด้านดิจิทัลกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดการจ้างงานพร้อมผลตอบแทนที่น่าจูงใจจากบริษัทต่างๆ ในขณะเดียวกันนายจ้างจะต้องปรับค่าตอบแทนและสวัสดิการให้แข่งขันได้เพื่อรักษาการจ้างงานในกลุ่มพนักงานที่มีจำนวนน้อยเหล่านี้ไว้ให้ได้

นางปุณยนุชกล่าวอีกว่า ในปี 2566 ผู้ย้ายงานใหม่ที่มาพร้อมทักษะที่พร้อมเริ่มงานจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นประมาณ 15-30% ขณะเดียวกัน เด็กจบใหม่หรือผู้สมัครที่มีศักยภาพโดดเด่นอาจจะคาดหวังเงินเดือนปรับสูงขึ้นได้ถึง 15% ในส่วนของพนักงานทั่วไปในบริษัท เงินเดือนจะปรับขึ้นเฉลี่ย 2-5% และ 10-15% สำหรับผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

นางปุณยนุชกล่าวต่อว่า จำนวนบุคลากรที่มีทักษะตามที่ตลาดต้องการไม่เพียงพอกับความต้องการอันมหาศาลในปี 2566 ซึ่งการแข่งขันเพื่อแย่งชิงพนักงานมีความดุเดือดมากขึ้นในปี 2566 เนื่องจากความไม่สมดุลของตำแหน่งงานที่ว่างกับจำนวนพนักงานที่มีอยู่ในท้องตลาด นอกจากนี้ กลุ่มพนักงานชาวต่างชาติได้เดินทางกลับประเทศไปในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ความต้องการพนักงานสะสมมาตั้งแต่ปี 2564 และ 2565 ในขณะที่ตัวเลขของผู้หางานยังคงเท่าเดิม

“อัตราเงินเฟ้อ กดดันให้บริษัทต้องจัดแพคเกจเงินเดือนให้สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างในตลาดในปี 2566 แรงกดดันจากเงินเฟ้อกำลังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจขึ้นค่าจ้างของนายจ้างกว่า 72% โดยค่าครองชีพเป็นประเด็นสำคัญในปี 2566 ทางกลับกัน พนักงานกว่า 82% คาดหวังว่านายจ้างจะพิจารณาถึงค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อประเมินการเพิ่มเงินเดือนหรือโบนัสในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งพนักงานเกือบ 73% จะหางานใหม่หากการขึ้นเงินเดือนไม่สูงกว่าระดับเงินเฟ้อ” นางปุณยนุชกล่าว