ตรวจผลงานรัฐ…แก้โจทย์หวยแพง สลากดิจิทัล 80 บาททั่วไทยหรือยัง?
รัฐบาลกำหนดราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้ที่ 80 บาท แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราคานี้แทบหาซื้อไม่ได้ และรัฐบาลหลายสมัยก็แก้โจทย์นี้ไม่ได้เสียที!!
กระทั่งเจอทางออกที่น่าสนใจอย่างสลากดิจิทัล ที่มาพร้อมกับยุคสมัยที่โลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยเทคโนโลยีได้ดิสรัปชั่นทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่วงการหวย ที่เดิมอาจเป็นหวยใต้ดินออนไลน์ ต่อมามีการพัฒนาไปสู่การนำสลากกินแบ่งรัฐบาลขายผ่านช่องทางออนไลน์ ดำเนินการโดยเอกชน ผ่านเว็บไซต์ดังมากมาย มีการแข่งขัน โฆษณาการขาย การถูกรางวัลใหญ่ เพื่อดึงดูดคอหวย เข้าซื้อสลากที่สแกนขายบนเว็บไซต์ มีทั้งขายสลากจริง และหลอกขายหลายรูปแบบ
ยิ่งโลกต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้คนปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตออนไลน์ ใช้ชีวิต ทำงาน ช้อปปิ้งผ่านสมาร์ทโฟน สลากดิจิทัลที่ซื้อและลุ้นรางวัลผ่านสมาร์ทโฟนจึงตอบโจทย์สลาก 80 บาทมากที่สุด
⦁สลากดิจิทัลโดนใจเกลี้ยงเร็ว
ผลงานรัฐบาลเริ่มขึ้นวันที่ 2 มิถุนายน 2565 เมื่อสำนักงานสลาก ได้ประเดิมขาย สลากดิจิทัล งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2565 เป็นงวดแรกที่ไทยมีการขายสลากผ่านช่องออนไลน์กว่า 5 ล้านใบ ราคา 80 บาทต่อใบตามกฎหมาย จากในระบบทั้งหมด 100 ล้านใบต่องวด บนแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งสลากดิจิทัลงวดแรกได้รับกระแสตอบรับที่ดี ขายหมดใน 5 วันเท่านั้น
งวดที่สอง หรืองวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ยิ่งกระแสตอบรับดีมาก ด้วยสถิติขาย 5.15 ล้านใบ หมดใน 3 วัน และงวดที่สาม หรืองวดวันที่ 16 กรกฎาคม ขาย 5.14 ล้านใบ หมดขาย 2 วัน งวดที่สี่ งวดวันที่ 1 สิงหาคม ขาย 7.16 ล้านใบ หมดใน 1 วันครึ่ง งวดที่ห้า งวดวันที่ 16 สิงหาคม ขาย 9.09 ล้านใบ หมดใน 4 วัน งวดที่หก งวดวันที่ 1 กันยายน ขาย 10.32 ล้านใบ ใน 5 วัน งวดที่เจ็ด วันที่ 16 กันยายน ขาย 11.45 ล้านใบใน 6 วัน
ขณะที่งวดที่แปด วันที่ 1 ตุลาคม ขาย 12.87 ล้านใบ ใช้เวลา 10 วัน งวดที่เก้า วันที่ 16 ตุลาคม ขาย 13.96 ล้านใบ 11 วัน งวดที่สิบ วันที่ 1 พฤศจิกายน ขาย 14.96 ล้านใบ ใน 14 วัน ซึ่งถือว่าเป็นงวดที่มียอดขายชะลอตัวอย่างมาก เมื่อเทียบกับที่ผ่านมาทั้งเก้างวด ด้านสำนักงานสลากได้ชะลอการเพิ่มสลากดิจิทัล โดยให้เห็นผลว่าเป็นจุดสมดุลแล้ว ทำให้ในงวดที่สิบเอ็ด วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ 14.96 ล้านใบ ซึ่งใช้เวลาขายประมาณ 14 วันเช่นกัน
⦁มีสลาก 80 บาท 18.5 ล้านใบแล้ว
อย่างไรก็ตาม งวดวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ได้กลับมาเพิ่มสลากดิจิทัลอีกครั้งเป็น 15.62 ล้านใบ โดยใช้เวลาขาย 14 วัน และงวดล่าสุด วันที่ 16 ธันวาคม เพิ่มเล็กน้อยเป็น 16.24 ล้านบาท โดยเปิดจำหน่ายตั้งแต่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา มียอดขายใน 4 วันแรก (วันที่ 2-5 ธันวาคม) ถึง 11 ล้านใบ ถือว่าเป็นการขายได้มากที่สุด เมื่อกับช่วงเวลาเดียวกันของทุกงวดตั้งแต่เริ่มสลากดิจิทัลมา
ทั้งนี้ สำนักงานสลากได้ปรับปรุงระบบสลากดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งผู้ค้า และคนซื้อ โดยมี ฟีเจอร์สำหรับการเข้าถึงร้านค้าผู้พิการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ค้าและเอาใจลูกค้าสายบุญล่าสุด งวดวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ได้ปรับปรุงระบบให้สามารถรับเงินรางวัลได้ผ่านทุกธนาคารแล้ว จากเดิมที่กำหนดให้ต้องโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยเท่านั้น ยิ่งเพิ่มความสะดวกขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯยังมีโครงการคู่ขนานเพื่อประชาชนซื้อสลากในราคา 80 บาทได้จริง คือ จุดขายสลาก 80 บาท ที่กระจายทั่วประเทศ 1,047 จุด มีการขายสลากประมาณ 2.5 ล้านใบ ทำให้ปัจจุบันมีสลากราคา 80 บาท ที่ได้รับการการันตีจากสำนักงานสลากฯราว 18.5 ล้านใบ ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สำนักงานสลากฯกำหนดไว้ว่า ภายในสิ้นปี 2565 จะมีสลากราคา 80 บาท 20 ล้านใบ ส่วนปี 2566 คาดว่าจะมีการเพิ่มสลากดิจิทัลอีก
⦁ตรวจเข้มสกัดขายยกเล่มขึ้นรางวัลผิดปกติ
ขณะเดียวกัน สำนักงานสลากฯมีแผนตรวจสอบกรณีผู้ค้าที่ได้รับสลากไปแล้ว แต่นำไปขายยกเล่มให้กับผู้ค้ารายอื่นๆ ถือว่าเป็นการทำผิดเงื่อนไข และผิดสัญญากับสำนักงานสลากฯ โดยมีการตรวจสอบเข้มข้นตั้งแต่ต้นทาง คือการรับสลากเล่ม ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ มีการใช้ระบบสแกนใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตนในการรับสลากทุกครั้ง เพื่อไม่ให้รับแทนได้ และขอร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยสอดส่องการขายยกเล่มด้วย
ด้านปลายทาง สำนักงานสลากฯจะตรวจสอบสลากในที่นำมาขึ้นรางวัล ด้วยการสังเกตจุดที่ผิดปกติ อาทิ ผู้มาขึ้นรางวัล 1 คน งวดเดียว 5 พันใบ ก็ต้องตรวจสอบว่าสลากนี้เป็นของผู้ค้าในระบบคนใด จากนั้นก็จะลงตรวจสอบในเชิงลึกว่า ได้นำไปขายยกเล่มหรือไม่ หากพบว่านำไปขายยกเล่ม ก็ต้องยึดโควต้าคืน เพื่อนำไปจัดสรรให้ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ค้าสลากรายย่อยกับสำนักงานสสลากฯต่อไป
⦁แก้กฎหมายเพิ่มโทษแรงหวังหลาบจำ
รวมทั้งสำนักงานสลากฯอยู่ระหว่างการทบทวนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ซึ่งจะครบ 5 ปีที่ประกาศใช้ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกฎหมาย ไปศึกษารายละเอียดการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงบทลงโทษให้หนักขึ้น ทั้งกรณีขายเกินราคา และการนำสลากไปขายยกเล่มด้วย
สำหรับ พ.ร.บ.สำนักงานสลาก ฉบับที่ 2 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 มีสาระสำคัญ อาทิ เรื่องการระวางโทษปรับผู้ที่ขายสลากเกินราคาโดย มาตรา 39 ระบุว่า ผู้ใดเสนอขายหรือขายสลากราคาเกินกว่าที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ส่วนมาตรา 39/1 และมาตรา 39/2 ระบุว่าหากผู้ใดขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในสถานศึกษา ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และหากผู้ใดขายสลากกินแบ่งรัฐบาลแก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า20 ปีบริบูรณ์ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ส่วนการแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินในระยะยาว ยังมีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ สลากเลข 2 และ 3 ตัว (เอ็น 2 และเอ็น 3) ลักษณะคล้ายหวยใต้ดิน ที่สามารถระบุเลขที่ต้องการได้ และสลากเลข 6 หลัก (แอล 6) ที่มีหน้าตาเหมือนกับสลากปัจจุบัน แต่จะจำหน่ายรูปแบบดิจิทัล โดยไม่มีการพิมพ์เป็นสลากใบ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ คาดว่าน่าจะได้เห็นความชัดเจนใน ปี 2566 นี้
เมื่อสำนักงานสลากพร้อม นักเสี่ยงโชคก็ตอบรับ หลังจากนี้ราคาสลาก 80 บาทจะเกิดขึ้นทั่วประเทศหรือไม่ รอพิสูจน์ฝีมือรัฐ…เดี๋ยวก็รู้!!

