นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ สคร.ย้ำไปยังรัฐวิสาหกิจทั้ง 45 แห่งที่มีงบลงทุนแล้วว่า ถ้าหน่วยงานใดเบิกจ่ายงบลงทุนล่าช้าจะมีผลต่อการประเมินผลงานซีอีโอ โดยในปีงบ 2560 มีงบประมาณรัฐวิสาหกิจต้องเบิกจ่ายรวม 5.2 แสนล้านบาท โดยเป็นส่วนของบริษัทแม่ที่ สคร.ดูแลวงเงิน 369,868 ล้านบาท รัฐบาลตั้งเป้าเบิกจ่าย 95% ถือว่าสูงมาก เพราะการเบิกจ่ายในปีงบ 2559 เบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 – กันยายน 2559 เท่ากับ 178,390 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.9% ของงบลงทุน 290,000 ล้านบาท แต่คาดว่าจนถึงสิ้นปีปฏิทินเบิกจ่ายได้มากกว่านี้เพราะมีรัฐวิสาหกิจบางแห่งอ้างอิงการทำงานตามปีปฏิทิน
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ในเดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 คือเดือนตุลาคม 2560 รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนไปแล้ว 1.67 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 25% ของงบลงทุนทั้งหมด โดยการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 ขยายตัว 10.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวที่ 8.2% ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐวิสาหกิจทำได้ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายมา
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายเป็นไปตามแผน ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การประปาส่วนภูมิภาค และการเคหะแห่งชาติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บมจ. กสทขณะที่รัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายได้ต่ำกว่าแผนที่ ได้แก่ บมจ. ปตท. บมจ. การบินไทย และ บมจ. ทีโอที การรถไฟแห่งประเทศไทย บมจ. ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
“ที่ผ่านมานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปตรวจเยี่ยมรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายงบลงทุนได้น้อย โดยไปตรวจเยี่ยมการรถไฟฯ ทอท.แล้ว และมีแผนที่จะไปตรวจเยี่ยม ปตท.เป็นอันดับต่อไป ซึ่งในการประเมินผลงานของซีอีโอนั้น เป็นอำนาจของบอร์ดแต่ละแห่งจะดำเนินการ ส่วนจะมีบทลงโทษอะไรสำหรับรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าหมายนั้น คงต้องให้อำนาจบอร์ดในการตัดสินใจ”นายเอกนิติ กล่าว

