SMEs Hero Fest วันที่สองยังคึกคัก! คนแห่ชิม-ช้อป ที่สามย่านมิตรทาวน์ จัดถึง 12 ธ.ค.นี้

11.12.22 | 20:11 น.

SMEs Hero Fest คัดจานเด็ดมาเสิร์ฟเพียบ! พร้อมเอาใจผู้ประกอบการรายย่อย จัดเวทีเสวนาและเวิร์กช็อปสุดเข้มข้น เปิดเทคนิค แชร์แนวคิดการทำธุรกิจสู่ความสำเร็จ คึกคักทุกโซนตลอดวัน ทั้งโซนของอร่อย สินค้าโอท็อปคุณภาพเยี่ยม สัตว์เลี้ยง-พันธุ์ไม้สุดฮิต

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่สองของการจัดงาน SMEs Hero Fest จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สื่อที่นำเสนอเรื่องราวกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และ เทคโนโลยีชาวบ้าน ผู้นำสื่อด้านการเกษตร ในเครือมติชน ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนให้ความสนใจทยอยเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งตลอดวัน

โซนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ “Marketplace” ที่คัดสรรร้านเด็ด เมนูดัง อาหารอร่อย ที่โด่งดังในโซเชียลมีเดีย และมียอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ล้นหลาม รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม มาไว้ในที่เดียวกว่า 60 ร้าน อาทิ ร้านย่างให้, ปูนาฟ้าใส, Seafood ทะเลดอง by คุณอั้ม, อร่อยเด้อ Kanom Jeen!, ลูกชิ้นทิพย์, ฮ่องเต้ กุยช่ายบางกรอบ, บั๋นก๋วน ปากหม้อเวียดนาม, Steak Hub

ร้านแม่หมูสะเต๊ะ, พี่เขียวข้าวเหนียวห่อ, หมูแข็งแรง, ริสา มาสเตอร์เชฟ, SUDYOD น้ำพริก, ร้านบะบิ่น กัส-โต้, บ้าบิ่นสมดุ๋ย, ขนมไทยพื้นบ้าน ร้านยายทำให้หลานขาย, ขนมเปี๊ยะซอย 9, ฝรั่งคลุกบ๊วยโบราณ by Pim, ร้านไอศครีมถั่วตัด Ing Tea House, Norchor croffle and bakeroom, โกโก้ร้านไอ้ต้น, หมีกระป๋อง น้ำปั่น นมปั่น, ร้านผลไม้ปั่น 23 Juice and Smoothie เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศ ในส่วน “SMEs OTOP” สนับสนุนโดย กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) อย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์โซนนี้ เช่น เจ๊ติ้งซาลาเปาทับหลี จ.ระนอง, อาหารทะเลแห้ง จากร้านเพลินทะเล จ.ปัตตานี, ถั่วลายเสือ จากร้านภูมิไทย, ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง จาก บริษัท ฟาร์มผึ้งลัดดา จำกัด, เครื่องประดับไข่มุก จากสยาม ซี เพิร์ล, น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ไทยเพียว, ผ้าปาเต๊ะ ร้านมยุรี ผ้าปาเต๊ะ ภูเก็ต, น้ำมันมะรุม จากร้านต้นว่านสมุนไพรบ้านไผ่ดำ สิงห์บุรี, สมุนไพรน้ำบุษย์และครีมบำรุงผิว จากร้านน้ำบุษย์, น้ำมันเหลือง จากบริษัท โกลด์ครอส (กากบาททอง) จำกัด

Advertisement

‘SMEs Hero Talk’ ชวน ‘เจมส์ บูลองเจอรี-คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์’ ครัวซองต์และบุฟเฟ่ต์ร้านดัง เผยกลยุทธ์มัดใจลูกค้า

กิจกรรมในโซน “SMEs Hero Talk” มีผู้สนใจเข้าฟังอย่างคับคั่ง อย่างเวที “ถอดรหัส 2 ร้านดัง เจมส์ บูลองเจอรี x คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ขายอย่างไร ให้คิวแน่นตลอดปี” โดย เชฟเจมส์-พชร เถกิงเกียรติ เจ้าของกิจการ James Boulangerie ครัวซองต์ร้านดังที่มีลูกค้าต่อคิวยาวเป็นชั่วโมง และ เกษมสันต์ สัตยารักษ์ ผู้จัดการทั่วไป คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ที่สร้างปรากฏการณ์คิวจองเต็มภายใน 5 นาที ที่มีของที่ระลึกแจกผู้เข้าฟังเป็นเซ็ตครัวซองต์และซุปเห็ดทรัฟเฟิล จำนวน 100 ชุด

พชรเผยว่า เปิดร้านสาขาแรกได้ 2 เดือน ก็เจอโควิด ตอนนั้นลงทุนเกือบหมดหน้าตัก อีกทั้งช่วงแรกๆ ทำออกมาร้อยชิ้นวันหนึ่งยังขายไม่หมด แต่พอมีรายการมาถ่ายทำ มีบล็อกเกอร์มารีวิว หลังจากนั้นอาทิตย์เดียวร้านแตกเลย จึงพลิกวิกฤตโควิดให้เป็นโอกาส ยกเลิกการนั่งรับประทานที่ร้าน และรับสินค้าแบบไดรฟ์ทรู กระทั่งกลายเป็นไวรัลดังในโลกโซเชียล ตามมาด้วยดราม่าที่คนวิจารณ์ว่าไม่อร่อย แต่ต้องมั่นใจในตัวเองก่อนว่าเราทำของดีที่สุดแล้ว ความเห็นใดถ้าไม่จริงก็ปล่อยผ่าน แต่ถ้าจริงก็ตรวจสอบและแก้ไข ที่ผ่านมาเคยอ่านความเห็นในโลกโซเชียลแล้วรู้สึกจมและเครียดมาก จนมีคนแนะนำให้หยุดอ่าน

“จุดเปลี่ยนของร้าน น่าจะมาจากการรีวิว ประกอบกับคนไม่เคยเห็นครัวซองต์ที่หน้าตาเปลี่ยนไป เห็นแล้วอยากซื้อ ลูกค้าซื้อฝากต่อๆ กัน ส่วนราคาขาย ยอมรับว่ามีคนบ่นเยอะว่าราคาสูง แต่ต้องบอกว่าเราใช้วัตถุดิบอย่างดีมาทำ ต้นทุนจึงต้องสูงเป็นธรรมดา

“ถ้าคนรุ่นใหม่อยากเป็นผู้ประกอบการ แนะให้ถามตัวเองว่าชอบทำอะไร และอยู่กับอะไรได้นาน นอกจากนี้ต้องดูกำลังของตัวเองมีขนาดไหน อย่าทำอะไรเกินกำลัง อย่าไปก็อปปี้คนอื่น เพราะการเป็นผู้นำจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า และไม่ว่าอยากจะเป็นผู้ประกอบการอะไร ต้องทำให้ดีที่สุด ตั้งใจและอดทน ส่วนตัวผมอยากเป็นคนไทย ที่ไปเปิดร้านขนมที่กรุงปารีส แต่คงเป็นเรื่องของอนาคต” พชรบอก

ด้าน เกษมสันต์ แห่งคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ เผยว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากเจ้าของคอมมูนิตี้มอลล์ The Sense ปิ่นเกล้า ชอบรับประทานบุฟเฟ่ต์นานาชาติมาก เมื่อได้มาเจอกัน จึงร่วมกันปฏิวัติวงการอาหาร โดยนำเอาบุฟเฟ่ต์นานาชาติแบบไฟน์ไดนิ่ง ราคาสูง มาเสิร์ฟให้คนไทยได้รับประทาน

ทว่าการเปิดร้านบุฟเฟ่ต์นานาชาติในห้างช่วงนั้นเงียบมาก อีกทั้งบุฟเฟ่ต์นานาชาติไม่ค่อยมีร้านสแตนด์อโลนสักเท่าไหร่ แต่ด้วยประสบการณ์การทำร้านอาหารร่วม 30 ปี ตั้งแต่สวนอาหาร ผับบาร์ ไนท์คลับ ฟาสต์ฟู้ด ขายของริมถนน ในตลาดนัด ฯลฯ ทำให้มั่นใจ และเมื่อเริ่มเรียนรู้โลกโซเชียลก็เริ่มจับทางได้ อินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ รีวิว ฯลฯ สำคัญมาก ช่วยกระจายข่าวให้หลายๆ ช่องทาง ทำให้คนรู้จักร้าน

แล้วกล่าวถึงเมนูอันดับหนึ่งของร้านอย่าง “ซุปเห็ดทรัฟเฟิล” ว่า พัฒนามาจากประสบการณ์การทำงานในร้านอาหารอิตาเลียนและฝรั่งเศสเกือบ 20 ปี โดย 1 ถ้วยใช้วัตถุดิบเดียวกัน ขายในร้านอาหารอิตาเลียนถ้วยหนึ่ง 600 กว่าบาท เมื่อนำมาขายในคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ปีหนึ่งเสิร์ฟเกือบ 2 ล้านถ้วย

“เมื่อปฏิวัติวงการบุฟเฟ่ต์ ทำให้เรายกระดับขึ้นไป มาร้านคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ไม่มีวอล์กอิน ลูกค้าต้องจองและจ่ายเงินจองล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น บางรอบเต็มภายใน 4-5 นาที ถ้าลูกค้าทานแล้วไม่ชอบ คงจะจองได้ง่าย แต่ตอนนี้ 7 ปี ยังจองยากเหมือนเดิม” เกษมสันต์เล่า

ปัจจุบัน คอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ ทำยอดขายเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี ปีหน้าคาดว่า 1 สาขาจะทำได้ประมาณ 600 ล้านบาท เป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติของคนไทย คิดโดยคนไทย จากเริ่มต้นขาดทุนเดือนละเป็นล้านบาท มาถึงวันนี้ไม่ง่าย ต้องผ่านอุปสรรคมาเยอะ สเต็ปต่อไปของคอปเปอร์ บุฟเฟ่ต์ คือขยายพื้นที่เป็น 2,000 ตารางเมตร และจะทำทั้งหมดร่วม 4,000 ตารางเมตร มีครัวกลาง มีทุกสิ่งอย่าง นำเครื่องไม้เครื่องมือที่เชฟดังทั่วโลกมาใช้เพื่อการยกระดับ

“เวลาทำธุรกิจ การตั้งราคา หลายๆ ครั้งจะกลัวว่าแพงไปไหม คำนี้อยู่คู่คนไทยมานาน ถ้าเราสร้างความแตกต่าง ถ้าเราดีจริง แล้วได้ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง อย่าลืมนะครับกลุ่มนี้ที่มีกำลังซื้อ ไม่ไปไหน ฉะนั้น การทำธุรกิจ อย่าทำแค่ลูกค้ากลุ่มเดียว ยิ่งทำหลายๆ กลุ่มจะช่วยเราได้ ทำไปเลย ลูกค้าที่เข้าใจเขาสัมผัสได้ ราคาไม่ใช่ตัวแปร”

ด้านเวที “สวนมะพร้าวน้ำหอม ยกระดับสวนเป็น GAP ทำแบรนด์ ไม่ยาก” โดย ยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ ทายาทสวนมะพร้าวน้ำหอม คลองเขื่อน, เวที “นักเล่าเรื่อง คราฟต์เบียร์ไทย ‘บอย ยัมมี่เฮาส์’ ฟันเฟืองขับเคลื่อนกระแสงานศิลป์ดื่มได้” โดย เอนก มงคลวุฒิเดช จากยัมมี่เฮาส์ และเวที “SMEs ธุรกิจกัญชา-สมุนไพรไทย ไปต่อได้อย่างไร” โดย ธวัช จรุงพิรวงศ์ ประธานวิสาหกิจชุมชน Thai Herb Centers ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน

ยอดหญิงเผยถึงเคล็ดลับความสำเร็จการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมว่า เป็นเพราะเน้นการบริหารจัดการมะพร้าวอย่างครบวงจร พร้อมสร้างจุดเด่นมะพร้าว และเน้นการรักษาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ เริ่มจากการคัดเลือกมะพร้าวน้ำหอมหมูสีพันธุ์แท้ที่มีรสหอมหวาน ต้นเตี้ย และใส่ใจความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยยกระดับสวนมะพร้าวน้ำหอมให้ได้มาตรฐาน GAP นำนวัตกรรมอัจฉริยะเข้ามาช่วยยกระดับการผลิต และดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ และยื่นจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) มะพร้าวน้ำหอมแปดริ้ว

จัดเต็ม ‘Workshop’ 3 หัวข้อ แซนด์วิช-บอนไซ-เพิ่มยอดขายโลกโซเชียล

ขณะที่กิจกรรม “Workshop” ที่เรียนรู้ง่าย ทำได้จริง สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ ก็มีผู้เข้าอบรมเต็มทั้ง 3 กิจกรรม ทั้งหัวข้อ “อาชีพเสริมก่อนไปทำงาน! ทำแซนด์วิชเกาหลีขายรายได้ปัง” โดย วิชุดา หล้าคำแก้ว พนักงานออฟฟิศ ที่ตื่นตี 5 ทำแซนด์วิชจำหน่ายก่อนออกไปทำงาน, หัวข้อ “เทคนิคจัดบอนไซจากไม้ไทย” โดย ณรงค์ศักดิ์ ล้ำกิจเสรีชัย (เชน นครปฐม) ที่สนใจการปลูกเลี้ยงบอนไซมากว่า 20 ปี และ หัวข้อ “เพิ่มยอดขาย/ขยายตลาดด้วย Facebook google ads” โดย นนท์ธิรา จันทรัมพร Senior Marketing Manager ของ Bitkub

จารุภา อมรศุภวัฒน์ ผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปแซนด์วิชเกาหลี เผยว่า สนใจอยากนำไปทำอาชีพเสริมตอนเช้า เนื่องจากแซนด์วิชเป็นเมนูน่ากิน อีกทั้งใช้วัตถุดิบใกล้ตัว หาได้ง่ายไม่ยุ่งยาก และอาจารย์ก็สอนอย่างละเอียด เข้าใจง่าย แถมยังได้ฝึกทำ หลังจากนี้จะนำไปต่อยอดทำขาย โดยเริ่มจากพี่ที่ออฟฟิศก่อน

ส่วน จินตนา กวนพา บอกว่า ตั้งใจมาเรียนคอร์สแซนด์วิช เพราะอยากนำไปสร้างอาชีพเสริม เนื่องจากทำงานบริษัท เงินเดือนไม่สอดรับกับค่าใช้จ่าย ด้วยสภาวะต่างๆ การปรับตำแหน่งหรือปรับเงินเดือนก็ยากขึ้น

“แซนด์วิชเป็นเมนูที่ตอบโจทย์มาก เพราะไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเยอะ ต้นทุนต่ำ แถมหาง่าย น่าจะถูกใจลูกค้าหลายๆ กลุ่ม โดยเฉพาะคนรักสุขภาพ เพราะมีผักหลายชนิดเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งติดตามคุณเหมียว เจ้าของคอร์สอยู่แล้ว ทำให้ตัดสินใจมาเรียน”

SMEs Hero Fest วันสุดท้าย ยังจัดเต็มของกินของช้อปแน่นๆ พร้อมเวทีเสวนา-เวิร์กชอปสุดเข้มข้น

SMEs Hero Fest วันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ “SMEs Hero Talk” 4 เวที ได้แก่ เวลา 10.30-11.30 น. “เรียนรู้ความล้มเหลว ข้อผิดพลาด เริ่มจากติดลบ 10 ล้าน สู่ 400 สาขา” โดย มณฑล ทองคำ เจ้าของ “ย่างให้” แฟรนไชส์หมูกระทะรูปแบบใหม่, เวลา 13.00-14.00 น. “TikTok ช่องทางการขายทรงพลัง ที่คนค้าขายต้องรู้” โดย ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจและการตลาดดิจิทัล

เวลา 14.15-15.15 น. “‘รวยด้วยควาย’ ขายน้ำเชื้ออย่างเดียวก็รวยแล้ว” โดย วัชธีระ วงษาหลง หรือ “บิล บรบือ” เจ้าของฟาร์มควายไทย จ.มหาสารคาม และ เวลา 15.30-16.30 น. “Data-Driven Marketing (ทำการตลาดโดยใช้ข้อมูล)” โดย ชูศิลป์ เมธีไชยพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด

“Workshop” 3 หัวข้อ ได้แก่ เวลา 10.00-12.00 น. “กลยุทธ์สร้างรายได้ครึ่งแสน ด้วยเทคนิค Social Media กับ SMEs Hero ตัวจริง” โดย วชิรานันท์ ศรีนาทนันท์ เจ้าของธุรกิจพี่เขียวข้าวเหนียวห่อ, เวลา 13.00-15.00 น. “เนรมิตไส้เดือนให้เป็นเงิน” โดย ณิชนันทน์ หะยีลาเต๊ะ สร้างรายได้จากการเลี้ยงไส้เดือนกว่า 60,000 บาทต่อเดือน และ เวลา 16.00-17.00 น. “ทำความรู้จักสินทรัพย์ลงทุนสำหรับผู้ประกอบการ” โดย กานต์เดช สงเขียว จาก บริษัท บิทคับ อินฟินิตี จำกัด

SMEs Hero Fest โดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์-เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน จัดระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00-20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมงาน เดินทางสะดวกด้วยรถโดยสารสาธารณะ และรถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่าน ทางออก 2

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียด SMEs Hero Fest ได้ที่เว็บไซต์เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ https://www.sentangsedtee.com/ และเว็บไซต์เทคโนโลยีชาวบ้าน https://www.technologychaoban.com/