นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือศ.ศ.ป. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งอออกผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ ในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน) ปี 2559 มีมูลค่ารวม 45,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เว้นกลุ่มผ้าทอมือ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด คือเครื่องเงิน-ทอง 34,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.61% กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ 5,718 ล้านบาท ลดลง 3.59% กลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรม 5,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.56% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เซรามิก 673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.79%
นางอัมพวันกล่าวว่า ตลาดส่งออกหลักของผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และเยอรมนี ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันถึง 43.38% ขณะที่ตลาดจีน เป็นตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด 24.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน-ทอง และผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ และกลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรม นอกจากนี้ยังมีตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขยายตัว 18.30% สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 13.68% ส่วนตลาดอาเซียน มีสัดส่วนส่งออกรวม 6.42% ก็เป็นตลาดสำคัญผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์หัตถกรรม
นางอัมพวันกล่าวว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ในตลาดจีนขยายตัวอย่างมาก ดังนั้นในปี 2560 ศ.ศ.ป. มีโครงการในการผลักดันตลาดผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ให้ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดจีน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ส่งเสริมให้ตัวแทนสมาชิกในกลุ่มครูศิลป์ ครูช่างและทายาท สร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในจีนจะมีกิจกรรมสร้างเครือข่ายงานศิลปหัตถกรรม เพื่อสร้างความร่วมมือกับเมืองที่มีศักยภาพต่างๆ ดังเช่นที่ผ่านมามีการทำความร่วมมือกับหลายเมืองเพื่อสร้างโอกาสงานศิลปหัตถกรรมไทยในตลาดจีน และได้สร้างพันธมิตรกับบริษัทจีน ซึ่งมีนโยบายที่จะผลักดันให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆ ในเอเชียรวมทั้งประเทศไทย ก็จะเป็นผลดีต่อการเปิดตลาดใหม่ๆของงานหัตถศิลป์ไทย

