หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ธนวรรธน์’ ห่...

‘ธนวรรธน์’ ห่วงศก.ไตรมาส 1/66 มากสุด ชี้ได้ท่องเที่ยว-เลือกตั้งเป็นแรงหนุน

15.12.22 | 15:10 น.

‘ธนวรรธน์’ ห่วง ศก.ไตรมาส 1/66 มากสุด ชี้ได้ท่องเที่ยว-เลือกตั้งเป็นแรงหนุน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย จะมีมากที่สุดในไตรมาส 1/2566 แต่เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนในส่วนของภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้ง ที่น่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 1/2566 สัญญาณเหล่านี้น่าจะพยุงให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ได้ และไตรมาส 2 จะเข้าสู่ช่วงของการหาเสียง ทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้น จากนั้นไตรมาส 3-4 คาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวหลังจากราคาน้ำมันเริ่มนิ่ง เงินเฟ้อเริ่มลง ดอกเบี้ยอยู่ในอัตราชะลอการปรับขึ้น และสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอย เริ่มมีการฟื้นตัวมากขึ้น

“ประเมินว่าไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566 จะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยแบ่งเป็นการคาดการณ์จีดีพีครึ่งปีแรกโต 3.5% ครึ่งปีหลังโต 3.7% จึงเป็นที่มาของค่าเฉลี่ยจีดีพีทั้งปี 2566 ที่คาดว่าจะโต 3.6%” นายธนวรรธน์กล่าว

นายธนวรรธน์กล่าวว่า แรงกดดันอัตราเงินเฟ้อของไทยปีหน้า เชื่อว่าจะลดลงเพราะสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะไม่ใช่แรงกดดันเพิ่ม โดยคาดว่าราคาน้ำมันจะแกว่งตัวอยู่ที่ 90-100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐมีโอกาสแกว่งตัว อยู่ในกรอบ 5.0-5.5% ในปีหน้า จาก 4.5% ในตอนนี้ ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องอีก 2 ครั้ง จนถึงช่วงกลางปีหน้า จากนั้นจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2567 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวลดลงเหลือ 7.1% ประเมินจากดัชนีราคาผู้ผลิตไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้น จึงมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งละ 0.25% อีก 3 ครั้งในปีหน้า เพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย อยู่ที่ 2% ลดช่องว่างส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐกับอัตราดอกเบี้ยของไทยลง