หน้าแรก เศรษฐกิจ เริ่มแล้ว! มห...

เริ่มแล้ว! มหกรรมแก้หนี้สัญจรเชียงใหม่ 16-18 ธ.ค. ชู 3 แนวทาง หนุนแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

16.12.22 | 14:01 น.

เริ่มแล้ว! มหกรรมแก้หนี้สัญจรเชียงใหม่ ชู 3 แนวทาง ‘แก้หนี้เดิม เสริมรายได้ สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน’ สนับสนุนการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 10.09 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่ห้องราชพฤกษ์ 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 7 รอบพระชนมพรรษา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมแก้หนี้สัญจร : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม โดยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกรุงไทย นำทัพสถาบันการเงินของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และหน่วยงานพันธมิตรรวม 15 องค์กรร่วมกันจัดขึ้น เน้นเต็มมาตรการแก้หนี้ ภายใต้ 3 แนวทาง คือแก้ไขปัญหาหนี้เดิม สร้างรายได้เพิ่มจากอาชีพเสริม และเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงิน ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

นายอาคมกล่าวว่า กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ตระหนักถึงความส่าคัญของปัญหาหนี้ครัวเรือน และต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชน และผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินจากภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรมตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ครัวเรือน จึงร่วมมือกันจัด “มหกรรมร่วมใจแก้หนี้ : มีหนี้ต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน” ขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือลูกหนี้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ตรงจุด และทันการณ์

นายอาคมกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งมีการเพิ่มเติมหน่วยงานพันธมิตรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการจากข้อเสนอแนะในการจัดงานครั้งที่ผ่านมา โดยมีธนาคารพาณิชย์ร่วมออกบูธเพิ่มอีก 4 แห่ง คือธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต และธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย เพื่อให้การแก้ไขหนี้สินทำได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“เราเน้นการนำเสนอแนวทางการแก้ไขหนี้สินอย่างยั่งยืน 3 แนวทางคือ 1.การแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิมที่มีอยู่ เพื่อช่วยผ่อนปรนภาระหนี้ของประชาชน และผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง 2.การสร้างรายได้ผ่านการสร้างอาชีพหรืออาชีพเสริม เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีรายได้เพียงพอต่อการชำระหนี้ ซึ่งสามารถลดปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนในระยะยาว และ 3.การสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประชาชนด้วยการส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ให้สามารถจัดการการเงินได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” รมว.คลังระบุ

Advertisement

นายอาคมกล่าวอีกว่า นอกจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับผลกระทบและกำลังเริ่มคลาย แต่ทั้งโลกต้องมาเจอความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลต่อราคาพลังงานและอาหาร และส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทั่วโลก เรียกว่าเราเจอสองเด้งที่รุนแรงมากขึ้น แต่เราต้องไม่ท้อถอย ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งด่วนมาช่วยเหลือหลายโครงการเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้เติบโต และไทยโชคดีที่เราติดลบเพียงปีเดียวในปี 2563 และกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ กว่าหลายประเทศในอาเซียน

“ตัวเลขภาพรวมจากธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าทั้งประเทศมีหนี้สินเฉลี่ย 88-89% ของรายได้ จากจีดีพี คือมีรายได้ 100 บาท เป็นหนี้ 88 บาท ถือว่าสูง ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มหนี้ครัวเรือน แต่ขณะนี้เริ่มลดลงแล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งนอกจากการปรัฐโครงสร้างหนี้ ยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป จะช่วยประชาชนได้มากในการประคองตัว รวมทั้งการส่งเสริมให้เกิดอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ปลูกผักผลไม้อินทรีย์ ซึ่งตัวเลขภาคเหนือพอๆ กับภาคอีสาน แต่ไม่ใช่ทั้งภาค เป็นเพียงบางจังหวัด สำหรับเชียงใหม่มีเอ็นพีแอลสูง ส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตร” นายอาคมกล่าว

ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนใน จ.เชียงใหม่ อย่างมาก จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ทำให้ประชาชนขาดรายได้และเกิดปัญหาหนี้สินพอกพูน การให้คำปรึกษาเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินภายในงานครั้งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชน ร้านค้าต่างๆ รวมถึงภาคธุรกิจในเชียงใหม่ให้มีทางออกและเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงินได้อย่างครบวงจร เพื่อให้สามารถประคองตัวไปพร้อมๆ กับหาโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มในภาวะที่เศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวได้

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ประธานจัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า มหกรรมแก้หนี้สัญจรครั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน ร่วมกับพันธมิตรรวม 15 องค์กร นำเสนอมาตรการแก้ไขหนี้สินแบบองค์รวม ครอบคลุมหนี้ทุกประเภท ทั้งหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้เช่าซื้อรถยนต์ และหนี้ SMEs ผ่านโปรแกรมความช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนจะผ่อนชำระไม่ไหว กลุ่มที่เป็นหนี้เสีย และกลุ่มที่ถูกฟ้องคดี เพื่อลดภาระทางการเงินด้วยการผ่อนปรนและปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่แข็งแกร่ง ผ่านการให้ความรู้ทางการเงิน และสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม อีกทั้งยังส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นในทุกมิติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน

“คาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมาก เพราะภายในงานนอกจากสถาบันการเงินของรัฐแล้ว ยังมีหน่วยงานพันธมิตรและธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมรวม 15 องค์กร ทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสพบปะขอคำปรึกษาจากธนาคารแต่ละแห่งได้โดยตรง

“เพราะแต่ละธนาคารมีมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าของตนเองให้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ มุ่งประสงค์แก้ปัญหาทำให้ประชาชนรวมถึงภาคธุรกิจให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ มีกำลังในการประกอบอาชีพ ประกอบธุรกิจ สร้างรายได้และมีศักยภาพในการชำระหนี้ได้ต่อไป และจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยเหลือลูกหนี้ให้ทยอยปรับตัวและหลุดพ้นจากกับดักหนี้ ลดภาระหนี้ครัวเรือนให้กับประเทศ สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน'” นายผยงกล่าว

ภายหลังพิธีเปิดงาน นายอาคม และนายนิรัตน์ พร้อมคณะ ได้เดินเยี่ยมชมบูธของสถาบันการเงินและพันธมิตร โดยร่วมรับฟังปัญหาของผู้เข้าร่วมงานบางรายด้วย ซึ่งมีประชาชนใน จ.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงานจำนวนมาก

สำหรับผลการจัดงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร 2 ครั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยการจัดงานครั้งที่ 1 เกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ขอรับบริการภายในงานกว่า 15,000 รายการ และมหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจรครั้งที่ 2 ที่ จ.ขอนแก่น มีผู้ขอรับบริการภายในงานกว่า 6,000 รายการ

นอกจากนี้ ยังผู้ให้ความสนใจร่วมลงทะเบียนปรึกษาปัญหาแก้หนี้ตลอดทั้งโครงการกว่า 200,000 รายการ โดยคาดหวังว่าการจัดงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ที่ จ.เชียงใหม่ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาให้กับประชาชนและภาคธุรกิจได้จำนวนมากเช่นกัน

ส่วนการจัดงานมหกรรมร่วมใจแก้หนี้สัญจรครั้งที่ 4 จะจัดขึ้นที่ จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2565 และครั้งที่ 5 หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 26-28 ธันวาคม 2565